เรื่องย่อละคร อังกอร์ 2018

เรื่องย่อละคร อังกอร์ 2018

เรื่องย่อ อังกอร์ 2018
ทุกวันศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์  เวลา 20.15 – 22.45 น.
ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มตอนแรก วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม

นักแสดง

สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง (บูม)

สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง (บูม)

อัชชา นามปาน (โอม)

อัชชา นามปาน (โอม)

วริษฐ์ ทิพโกมุท (ต๊ะ)

วริษฐ์ ทิพโกมุท (ต๊ะ)

พัชรวลัย พงษ์ภมร (ณมน)

พัชรวลัย พงษ์ภมร (ณมน)

นริศสันต์ โลกวิทย์ (นิวส์)

นริศสันต์ โลกวิทย์ (นิวส์)

สวรรยา เลียงประสิทธิ์ (เบล)

สวรรยา เลียงประสิทธิ์ (เบล)

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (โอ)

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (โอ)

ชาติชาย งามสรรพ์ (เก่ง)

ชาติชาย งามสรรพ์ (เก่ง)

วินัย ไกรบุตร (เมฆ)

วินัย ไกรบุตร (เมฆ)

ตัวอย่างละคร

เรื่องย่อละคร

เรื่องย่อ “อังกอร์”

บทประพันธ์   ​: นอร์แมน  วีรธรรม

อำนวยการสร้าง : สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3

ดำเนินการผลิต  : บริษัท อาหลอง จูเนียร์ จำกัด

 

 

 

“ป่าทึบใจกลางประเทศสาธารณรัฐ บันตรันเจีย พ.ศ. 2497” 

นายพลมิน นำกลุ่มพรานและทหารคุ้มกันจำนวนมาก  กําลังเร่งฝีเท้าตามกลุ่มชาวบ้านอย่างเคร่งเครียด....ทั้งหมดกําลังตามล่าเสือที่มันไม่ใช่เสือธรรมดา แต่มันเป็นเสือที่อาฆาตและมีวิญญาณร้ายแฝงอยู่ เสียงเสือคำรามดังกึกก้อง...เงาร่างของเสือขนาดใหญ่วิ่งวูบวาบอยู่ในป่า ทั้งหมดตามไปอย่างไม่ลดละ...จนกระทั่ง....

นายพลมินเผชิญหน้ากับมัน สองต่อสอง ในมือของนายพลมินมีปืนล่าเสือที่บรรจุกระสุนเงิน ที่เชื่อว่าจะเป็นกระสุนอาคมที่สามารถฆ่าวิญญาณเสือร้ายได้ ทันทีที่นายพลมินเหนี่ยวไก กระสุนเกิดด้าน ทำให้นายพลมินต้องตัดสินใจใช้ไรเฟิลคู่ใจยิงมัน เสือร้ายล้มลง ก่อนที่มันจะสิ้นใจ กลับมีแสงสีเขียวลอยออกจากร่างของเสือร้าย มันพุ่งไปด้วยความอาฆาตแค้น

ณ บ้านพักของนายพลมิน คุณหญิง ภรรยานายพลกำลังจะคลอดทารก ท่ามกลางเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของคุณหญิงและเสียงฟ้าร้องคะนอง ในที่สุดคุณหญิงก็คลอดทารกออกมาเป็นเพศหญิงชื่อว่า " อังกอร์ "  วิญญาณร้ายพุ่งเข้าไปสิงสู่ร่างทารกอังกอร์ทันที  เสียงเด็กร้องให้จ้า แม่นรินทร์กอดทารกอังกอร์ไว้แน่น เสียงฟ้าผ่าก้องท้องฟ้าแปรปรวน.... ดวงตาของทารกหญิงปรากฏเป็นประกายสีเขียวสะท้อนวูบ  คุณหญิงผู้มีสัมผัสพิเศษรู้ดีว่า....วิญญาณเสือร้ายเข้าสิงลูกสาวของตนเสียแล้ว...คุณหญิงได้สั่งเสียลูกสาวของตนไว้กับ แม่นรินทร์ และสิ้นใจลงในที่สุด ....นายพลมินและแม่นรินทร์ ไม่มีใครรู้ว่าทำอย่างไร....นอกจากจะคอยดูแลอังกอร์อย่างใกล้ชิด...ถ้าถึงนาทีสุดท้ายที่วิญญาณเสือร้ายควบคุมอังกอร์ได้....นายพลมินจะสังหารเธอด้วยกระสุนเงินสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ทันที....เพื่อไม่ให้เธอต้องรับกรรมทรมานไปตลอดชีวิต

 

 

24 ปีผ่านไป  ณ กรุงสุรัตจันเตรียม เมืองหลวงของสาธารณรัฐบันตรัยเจีย

งานเลี้ยงต้อนรับ อังกอร์  ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในคฤหาสน์หรู กลางกรุงสุรัตจันเตรียม เมืองหลวงของสาธารณรัฐบันตรัยเจีย และเนื่องด้วยวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของนายพลมิน จึงมีการจัดงานอย่างสมเกียรติ ผู้คนต่างทยอยมาอวยพรรวมทั้ง นายพลเวียน และ ผู้กองคำปัน ลูกชายของมันด้วย... และในงานนี้นายพลมินถือโอกาสเปิดตัว อังกอร์ลูกสาวของเขาซึ่งบัดนี้อายุย่างยี่สิบห้าปี  และเป็นนักเรียนแพทย์ปีสุดท้ายจากประเทศอังกฤษ.....

อังกอร์ เติบโตมาภายใต้การดูแลของแม่นรินท์ซึ่งมีความรู้ทางสมุนไพรยาโบราณ พรํ่าสอนจนอังกอร์มีความสามารถในด้านนี้อยู่ในระดับที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ ตลอดเวลาข้างกายมี ผู้กองคอยที ลูกชาย แม่นรินท์ อายุยี่สิบแปดปี เติบโตมาพร้อมกับอังกอร์ เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยภารกิจพิเศษของสุรัตจันเตรียม ....มือขวาคู่ใจของท่านนายพลมินและเป็นองครักษ์ผู้แกร่งกร้าวของอังกอร์

คอยทีเป็นผู้นำที่แม้ว่าจะเฉียบขาดแต่กลับมีความกรุณา...เมตตา...ทำให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาทุกคนรัก...และพร้อมจะสละชีวิตต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคอยที....ทำให้ชื่อเสียงของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเป็นที่น่าเกรงขาม...

นายพลมินต้องการปกป้องลูกสาวจากวิญญาณร้ายและไม่ต้องการให้อังกอร์กลายเป็นเสือร้ายไปฆ่าใคร เขาจึงได้มอบความไว้วางใจคอยที โดยเล่าเรื่องราวของอังกอร์ให้ฟังอีกทั้งมอบกระสุนเงินไว้ให้...เป็นหน้าที่ของคอยที...ที่จะจัดการกับวิญญาณร้ายเมื่ออังกอร์ถูกวิญญาณร้ายควบคุมโดยสิ้นเชิง

ไอ้คำปันมองอังกอร์ตาไม่กระพริบ มันหลงใหลอังกอร์มานาน และให้นายพลเวียนผู้เป็นพ่อมาทาบทามอังกอร์กับนายพลมินแต่นายพลมินก็ปฏิเสธทุกครั้งไป เพราะรู้ว่าอังกอร์ลูกสาวตนไม่ได้สนใจคำปัน ทำให้นายพลเวียนกับคำปันแค้นเคืองอยู่ในใจ

การต่อสู้ของพวกฝ่ายทหารกบฎดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดพวกกบฎ สามารถเข้ายึดกรุงสุรัตจันเตรียมได้ ไอ้คำปัน และ นายพลเวียนทรยศต่อรัฐบาลไปเข้ากับพวกกบฎ ด้วยความที่คำปันชื่นชมอังกอร์  มันจึงสั่งทุกหน่วยตามล่าอังกอร์อย่างไม่ลดละ

คอยทีพาอังกอร์หนี แต่ก็ไม่สามารถรอดสายตาของพวกมันไปได้ และเมื่อเหตุการณ์คับขันคอยทีจึงให้อังกอร์แยกหนีไป จุดหมายคือค่ายอพยพชายแดนไทย ส่วนตัวเองจะล่อพวกทหารกบฎไปอีกทาง  แล้วจะตามไปสมทบ แต่พวกมันมีจำนวนมาก คอยทีถูกพวกมันรุมล้อมจนเสียท่าและถูกจับตัวไป อังกอร์จึงต้องผจญภัยตามลำพัง มุ่งสู่ชายแดนไทย....

 

 

ณ. ค่ายอพยพประเทศไทย.... 

ผู้กองกาญจน์ เดชะสิทธิ์  นายตำรวจหนุ่มฝีมือดีจากหน่วยสืบราชการลับ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงกลาโหมให้มาประจำการที่ค่ายอพยพอย่างลับๆ เพื่อค้นหาอาวุธสงครามมูลค่าสองพันล้านบาท ของสหรัฐอเมริกาที่ส่งมาร่วมซ้อมรบกับไทย ในระหว่างเดินทางกลับ ขบวนของรถอาวุธทั้งหมดก็เกิดอุบัติเหตุตกเหว อาวุธทั้งหมดระเบิดเสียหายหมด แต่ภายหลังกลับมีร่องรอยของอาวุธเหล่านี้ปรากฏขึ้นแถวชายแดนบันตรันเจีย ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการความจริงเรื่องนี้จากรัฐบาลไทย ผู้กองกาญจ์ต้องมาประจำที่นี่พร้อมกับลูกน้องคู่ใจทั้งสามคนคือ หมวด

ชยันต์ หมวดภาวิไล และหมวดเทอด

ผู้กองกาญจน์พบกับ หมวดฤทธิ์ อดีตเจ้าหน้าที่ประจำค่ายอพยพชายแดนไทย ผู้ซึ่งมีอิทธิพลครอบคลุมค่ายอพยพ เพราะมีพ่อคือ กำนันหิน ซึ่งเป็นนักเลงผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนั้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก ผอ. อาจณรงค์ ผู้อำนวยการซึ่งมีหน้าที่ดูแลค่ายอพยพ ทำให้การทำงานของผู้กองกาญนจ์มีอุปสรรค แต่โชคดีที่ยังมีเจ้าหน้าที่นํ้าดีคอยช่วยเหลือนั่นคือ จ่าเข้ม และ หมวดชาติ รวมทั้ง ครูกิ่ง ลูกสาวจ่าเข้มผู้มากฝีมือร่วมมือด้วย

อังกอร์เดินทางระหกระเหินหนีพวกกบฏมากับพวกอพยพชาวสุรัตจันเตรียม ความสวยของอังกอร์เหมือนมีอำนาจมืดดึงดูดผู้คนให้ต้องการเธอ ในที่สุดเธอก็ถูกพวกกะเหรี่ยงคะหยิ่นจับไปและได้ไปรู้เห็นหมวดฤทธิ์ทำการสังหารและฆาตกรรมเจ้าหน้าที่หลายคน เพื่อปิดปากที่ตนเองร่วมมือกับคะหยิ่น ค้าขายอาวุธสงครามของอเมริกาที่หายไป และหนึ่งในจำนวนนั้นมีลูกน้องทั้งสามคนของผู้กองกาญจน์อยู่ด้วยลูกน้องทั้งสามคนพยายามปกป้องอังกอร์ แต่ในที่สุดก็ถูกหมวดฤทธิ์ฆ่าตาย...หมวดชยันต์ได้มอบสร้อยพระให้กับอังกอร์ก่อนที่จะสิ้นใจ... 

 

 

 

หมวดฤทธิ์สั่งลูกน้องตามล่าอังกอร์แต่อังกอร์หนีรอดพ้นไปได้  อังกอร์หนีมาถึงค่ายอพยพ แม้ว่าจะได้พบกับผู้กองกาญจน์ แต่เธอไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนเป็นเจ้าหน้าที่ดี อังกอร์จึงเงียบไม่ปริปากพูดกับใคร ส่วนผู้กองกาญจน์เมื่อได้พบหน้าอังกอร์ก็รู้สึกตรึงใจอย่างประหลาดเพราะความลึกลับมีเสน่ห์ และความสวยของอังกอร์ ทำให้เธอถูกพวก ไอ้เมฆ นักเลงประจำถิ่น จับไปเพื่อนำไปขายพร้อมกับสาวชาวอพยพอีกหลายสิบคน บังเอิญไอ้เมฆ น้องชายของหมวดฤทธิ์เกิดหลงใหลอังกอร์จึงใช้กําลังเข้าปลุกปลํ้า อังกอร์สู้อย่างสุดฤทธิ์จึงถูกไอ้เมฆทำร้ายอย่างรุนแรง และหลังจากนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างก็มืดลง

วันรุ่งขึ้น....ผู้กองกาญจน์ได้รับแจ้งถึงเหตุการณ์เรื่องที่มีเจ้าหน้าที่และคนตายหลายคนในป่านอกค่าย เมื่อสอบสวนก็พบว่าทุกคนถูกเสือขนาดใหญ่ทำร้ายเสียชีวิตหมด ยกเว้นร่องรอยที่ส่อให้เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะหนีรอดไปได้ ทำให้กำนันหินผู้เป็นพ่อของไอ้เมฆ เกิดความแค้นใจที่ลูกชายคนเล็กถูกเสือฆ่าตาย จึงได้พา พรานหม่อง พรานล่าเสือชาวพม่ามาถึงสถานที่ หลังจากตรวจดูเหตุการณ์ก็บอกทุกคนว่า...เสือที่ทำร้ายคนตาย...ไม่ใช่เป็นเสือธรรมดา...แต่เป็นเสือที่มีวิญญาณร้ายสิงอยู่.....แต่ก็ไม่มีใครเชื่อจริงจัง....

แม้ว่าผู้กองกาญจน์จะไม่เชื่อเรื่องเสือสมิงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้เขาพบหลักฐานว่ามีการจับเอาสาวอพยพไปขายซึ่งก็มีหลักฐานพาดพิงมาถึงหมวดฤทธิ์ และถ้าสามารถนำพยานมายืนยันได้ งานนี้หมวดฤทธิ์ต้องดิ้นไม่หลุดแน่

ผู้กองกาญจน์กลับมาที่พักพบอังกอร์ในสภาพบอบชํ้าและจำได้ว่าอังกอร์เป็นชาวอพยพที่เคยพบ  จึงนำอังกอร์มารักษาตัวที่ห้องพยาบาลของค่าย เพื่อที่จะทำการสอบสวนหาหลักฐานเอาผิดกับเจ้าหน้าที่เลวที่อยู่เบื้องหลัง หมวดฤทธิ์เข้ามาดูอังกอร์หลังจากรู้ว่าผู้กองกาญจน์ได้ตัวพยานมาแล้วแต่เนื่องด้วยใบหน้าที่บอบชํ้าทำให้หมวดฤทธิ์จำไม่ได้ อีกทั้งอังกอร์ยังแกล้งทำเป็นช็อคบ้าใบ้พูดไม่ได้เสียสติทำให้หมวดฤทธิ์ไม่ติดใจเพราะคิดว่าสภาพแบบนี้ไปเป็นพยานไม่ได้แน่

สร้อยพระที่หมวดคู่ใจของผู้กองกาญจน์ให้อังกอร์ไว้ก่อนตาย ก็โยงใยจนทำให้ผู้กองกาญจน์รู้ความจริงอย่างแน่ชัดว่าหมวดฤทธิ์คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้าอาวุธ และฆ่าเจ้าหน้าที่รวมทั้งลูกน้องทั้งสามของตน ทำให้ผู้กองตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกำลังตน และจากในสภาวะที่อังกอร์ยังให้การไม่ได้ อีกทั้งอังกอร์เป็นแค่ชาวอพยพ เรื่องจะต้องถูกเบี่ยงเบนจนฟังไม่ขึ้น ที่ร้ายที่สุดอังกอร์ต้องถูกฆ่าปิดปากอย่างแน่นอน เขาจึงตัดสินใจพาอังกอร์หนีออกจากค่าย เพื่อจะส่งกลับไปยังประเทศเกิด โดยมีหมวดชาติและครูกิ่งเป็นเพื่อนร่วมทางในครั้งนี้ด้วย

ผอ.อาจณรงค์สั่งให้กํานันหิน และหมวดฤทธิ์ จัดการกับพยานให้ได้  ถ้าเรื่องอาวุธสงครามไปถึงผู้ใหญ่ระดับสูง นั่นหมายถึงตำแหน่งและชีวิตของตนคอยที หนีพวกกบฎมาได้ แล้วมาเดินทางที่ค่ายอพยพ จึงรู้เรื่องราวจากจ่าเข้มว่าอังกอร์อยู่ภายใต้การคุ้มครองของผู้กองกาญจ์มุ่งสู่สุรัตจันเตรียมแล้ว คอยทีจึงรีบแกะรอยตามไป

ผู้กองกาญจน์พาอังกอร์หนี โดยมีกำนันหิน หมวดฤทธิ์ ไล่ล่าอย่างไม่ลดละ จนฝ่ายผู้กองกาญจน์จนมุม ติดอยู่ใน แก่งนรก เหตุการณ์กำลังขับขัน ทันใดนั้นคอยทีก็เอาแพมาช่วย แล้วพาทั้งหมดหนีลงแก่งนรกไป แก่งนรกมีกระแสนํ้าเชี่ยวดุจนรก ในที่สุดแพแตก หมวดฤทธิ์เข้าใจว่าทุกคนตายหมดจึงหันมาสนใจการค้าอาวุธของตนโดยนำเอาอาวุธสงครามมาขายให้กับไอ้คำปัน

 

 

ทางฝั่งค่ายอพยพชายแดน ขบวนรถฮัมวี่นำด้วยรถติดอาวุธเดินทางมา ผอ.อาจณรงค์และตำรวจตระเวณชายแดนตั้งขบวนต้อนรับ พันเอกหญิง มาเรีย โจเซฟิน หน่วยสืบราชการลับจากรัฐบาลฝรั่งเศษ หรือ ผิง   ผิงดักพบจ่าเข้มบนถนนเปลี่ยว และขอให้จ่าเข้มช่วยเหลือตนด้วยความลับ

หลังจากแพแตก อังกอร์กับทุกคนรอดมาได้ และรีบเดินทางไปจุดหมายระหว่างนั้นได้พบรอยรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านเข้าไปในหุบเขาลึกลับ ผู้กองกาญจน์ได้ตามรอยเข้าไปจนพบรถอาวุธสงครามที่หมวดฤทธิ์เอามาขายให้คำปันและสามารถใช้เป็นหลักฐานมัดตัวหมวดฤทธิ์อย่างดิ้นไม่หลุด ผู้กองกาญจน์ กับ คอยที บุกเข้าไปทำลายรถขนอาวุธ แต่เหตุการณ์เกิดพลิกผัน เกิดการปะทะกัน ขณะที่ผู้กองกาญจน์ทิ้งตัวออกจากรถ แต่คอยทีเห็นว่ารถยังไม่ได้รัศมีของหน้าผา เขาจึงพยายามประคองรถให้ถึงขอบหน้าผาและทิ้งตัวออกไปพร้อมกับรถขนอาวุธ ผู้กองกาญจน์กลับมารายงานกับทุกคน ทำให้อังกอร์เสียใจจนสลบไป

ระหว่างทางไปขึ้นรถไฟที่สถานีมาบตะแบก ผู้กองกาญจน์ได้ปะทะกับพวกหมวดฤทธิ์ จังหวะหนึ่งหมวดฤทธิ์เล็งปืนมาที่อังกอร์ผู้กองกาญจน์เข้ามาขวางกระสุนไว้ จึงทำให้ผู้กองได้รับบาดเจ็บเสียเลือดไปมาก ทันใดนั้นคอยทีโผล่มาช่วยพวกผู้กองอย่างทันท่วงที อังกอร์ดีใจสุดกลั้น คอยทีเล่าให้ทุกคนฟังว่าทำไมตนรอดมาได้ คอยทีพาทุกคนมาหาที่หลบซ่อนเพื่อทำการผ่าตัด อังกอร์เป็นคนผ่าตัดให้ผู้กองกาญจน์ ทำให้ผู้กองและทุกคนรู้ว่าอังกอร์เป็นนักเรียนแพทย์ปีสุดท้ายและยังมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและการรักษาแบบโบราณที่เรียนรู้มาจากแม่นรินท์อีกด้วย ความใกล้ชิดในครั้งนี้ทำให้ผู้กองกาญจน์และอังกอร์มีความรู้สึกผูกพันกันและเริ่มมีความในใจต่อกันซึ่งก็ไม่รอดพ้นจากการสังเกตของคอยทีที่แอบชอบอังกอร์มานานแสนนาน ผู้กองกาญจน์ก็สังเกตได้เช่นกันว่าอังกอร์และคอยทีมีความสัมพันธ์ต่อกันเป็นพิเศษ จึงพยายามถอนตัวออกมา

 

 

คอยทีสังเกตว่าอังกอร์รักผู้กองกาญจน์อย่างจริงใจ เขาจึงตัดสินใจเล่าให้ผู้กองกาญจน์ฟังว่าอังกอร์มีวิญญาณของเสือร้ายสิงสู่อยู่ ไม่สามารถจะรักกับใครได้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีความสัมพันธ์กัน อังกอร์จะต้องกลายร่างเป็นเสือทำร้ายคน  ไม่เว้นแม้กระทั่งคนรักของตนเอง แม้กระนั้นอังกอร์ก็ยังยินดีขอเพียงแต่ได้รักผู้กองทำให้คอยทีเสียใจและพูดในเชิงว่านึกไม่ถึงว่าอังกอร์จะรักผู้กองทั้งที่พบกันไม่นาน มีความหมายว่า

อังกอร์ใจเร็ว อังกอร์ตบหน้าคอยทีด้วยความโกรธบวกด้วยความผิดหวัง แล้ววิ่งหนีไปท้องฟ้าเกิดแปรปรวนลมพัดแรงจนคอยทีตามไม่ทัน

ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อใดที่อังกอร์...เจ็บปวด..หรือขาดสติ...ร่างกายและจิตใจจะอ่อนแอ...เปิดทางให้วิญญาณเสือร้ายที่สิงสู่มีหนทางออกมา..จนกว่าอังกอร์จะมีสติและจิตใจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง..ถึงจะควบคุมวิญญาณร้ายไว้ได้...และทุกครั้งที่วิญญาณร้ายจะปรากฏ..ดินฟ้าอากาศจะวิปริตแปรปรวนเนื่องจาก อำนาจร้ายของมัน.....

แต่ในที่สุด...คอยทีก็ตามมาพบอังกอร์  อังกอร์ขอโทษคอยทีและรู้ว่าที่คอยทีเฝ้าคุ้มครองเธอด้วยชีวิตมาตลอดนั้นที่แท้แล้วเพราะคอยทีรักเธอนั่นเอง อังกอร์กอดคอยทีด้วยความสงสารจับใจ แต่ว่าหัวใจเธออยู่กับผู้กองเสียแล้ว ในขณะที่ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน...อย่างไม่คาดคิดกํานันหินและหมวดฤทธิ์ก็ปรากฏตัวล้อมทั้งสองเอาไว้ คอยทีไม่กลัวต่อสู้กับพวกกํานันหิน แต่ในที่สุดคอยทีก็พลาดท่าเสียที ถูกหมวดฤทธิ์ยิงเข้าข้างหลัง และก่อนที่คอยทีจะล้มลงเขาได้ยินเสียงแว่วของแม่นรินท์ที่สั่งว่าให้ดูแลน้องให้ดี ดวงตาเศร้าคอยทีสลดที่ไม่สามารถ  คุ้มครองอังกอร์ให้พ้นภัยได้

ผู้กองกาญจน์ตามมาเห็นเหตุการณ์พอดี อังกอร์เห็นคอยทีถูกยิง เกิดความโกรธถึงขีดสุด กรีดร้องอย่างขาดสติ ทำให้วิญญาณร้ายครอบงำท้องฟ้าแปรปรวนร่างกลายเป็นเสืออย่างฉับพลัน พวกหมวดฤทธิ์ถึงกับขวัญกระเจิง อังกอร์ฆ่าพวกหมวดฤทธิ์ตาย และท้ายสุดก็ตบกำนันหิน จนหัวหลุดตายอย่างน่าอนาถ พรานหม่องพาหมวดฤทธิ์หนีไปได้ หมวดฤทธิ์แค้นใจสาบานว่าจะต้องฆ่าอังกอร์ไม่ว่าจะต้องตามไปถึงนรกหรือสวรรค์

 

 

ผู้กองกาญจน์เห็นอังกอร์กลายร่างเป็นเสือฆ่าคนตายอย่างโหดร้ายถึงกับอึ้งและแทบไม่เชื่อในสายตาเขารีบไปดูคอยที ซึ่งยังคงมีลมหายใจสุดท้ายเหลืออยู่ คอยทีฝากให้ผู้กองดูแลอังกอร์ต่อจากเขา และมอบกระสุนเงินพร้อมปืนเพื่อทำลายวิญญาณร้าย ถ้าไม่สามารถจะช่วยอังกอร์ให้หลุดพ้นได้ ผู้กองกาญจน์รับปากคอยทีและในที่สุดคอยทีก็ขาดใจตาย

ในป่าลึก ณ ค่ายผู้กองคำปัน ผิงแทรกตัวเข้ามาทำทีว่าเป็นพวกสายลับรุ่นกระจอก ทำพวกคำปันเกิดการปั่นป่วน จนต้องย้ายค่ายหนีไป

ผิงได้พบกับพวกผู้กองกาญนจ์ แนะนำให้ผู้กองกาญจ์กับอังกอร์แยกไปอีกทางหนึ่ง  ในที่สุดทั้งหมดก็ตกลงแยกทางกันไป..

ผู้กองกาญจน์กับอังกอร์เดินทางไปด้วยกัน...คืนหนึ่งอังกอร์สะดุ้งตื่นก็พบกับดวงไฟสีเหลืองลอยอยู่ในระยะไกลจึงลุกตามไป ผู้กองกาญจน์

จึงตามด้วย เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่าดวงไฟสีเหลืองดวงนั้นก็คือพระภิกษุที่มาปักกลดธุดงค์รูปหนึ่งนั่นเอง...

พระภิกษุบอกว่า อังกอร์มีบาป มีวิญญาณร้ายสิงสู่ จึงเล่าเรื่อง กริชเงินในตำนาน ของนางปทุมเทวี ที่ครั้งหนึ่งนางปทุมเทวีถูกภูตร้ายจับไว้และข่มขู่ท้าวแสนชัยพระสวามีให้จำนน ด้วยความรักนางปทุมเทวีจึงใช้กริชเงินที่พระสวามีให้ไว้ฆ่าตัวตายเพื่อช่วยพระสวามีจนพระสวามีสามารถเอาชัยศัตรูได้ หลังจากนั้นท้าวแสนชัยฝังร่างของนางปทุมเทวีไว้ในถํ้านํ้าตกและปักกริชเงินไว้ เพื่อไม่ให้ภูตร้ายมารบกวนวิญญาณของนาง จึงเป็นที่มาของกริชเงินในตำนานว่าเป็นกริชแห่งความรักสามารถทำลายวิญญาณร้ายได้ แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาและความรักที่เสียสละ

ผู้กองกาญจน์และอังกอร์รู้สึกมีความหวังขึ้นมา จึงตัดสินใจเสี่ยงเดินทางไปตามที่พระภิกษุบอกในขณะที่เดินทางอยู่ก็ได้พบชาวป่าผู้หนึ่งกําลังสู้กับไอ้ดอกขาวเสือดำที่เกรี้ยวกราดคร่าชีวิตชาวบ้าน...อังกอร์จึงเข้าไปช่วย...เสือดำสัมผัสถึงวิญญาณร้ายในร่างของอังกอร์จึงหนีไป...ทั้งหมดจึงพาชาวป่าไปส่งที่บ้าน....จึงรู้ว่าชื่อ...ผา...

ผา...เป็นน้องชายหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งเป็นพรานหนุ่มผู้รอบรู้ และมากวิชา....ชื่อ พรานผาด เขาต้องการตอบแทนที่อังกอร์ช่วยชีวิตผาน้องชายของตน จึงสัญญาว่าจะพาทั้งสองไปถํ้านํ้าตก ทำให้ผู้กองกาญจน์กับอังกอร์ตื่นเต้นดีใจ และมีความหวัง

 

 

อาม้ง เป็นหมอผีของหมู่บ้าน รู้ว่าอังกอร์มีวิญญาณร้ายและรู้ว่าการที่จะให้กริชเงินปรากฏนั้นต้องใช้เลือดจากหัวใจของวิญญาณร้าย มันจึงหาทางจะจับอังกอร์และเอาตัวไปถํ้านํ้าตก ซึ่งมันคิดว่านอกจากกริชเงินแล้ว น่าจะยังมีสมบัติอื่นๆอยู่อีกมากมาย หมวดฤทธิ์ตามมาถึงที่หมู่บ้านของผา เกิดการต่อสู้กันขึ้น พรานผาดต้านพวกหมวดฤทธิ์ไว้ ผาพาผู้กองและอังกอร์หนีไปได้ ส่วนอาม้งได้โอกาสยอมเป็นพวกกับหมวดฤทธิ์...อาสาพาหมวดฤทธิ์ตามพวกผู้กองกาญจน์และอังกอร์

ผาพาผู้กองกาญจน์....อังกอร์และทุกคน...ไปหาแม่แก่ ...ซึ่งเคยอยู่ในหมู่บ้านแต่แยกออกมาอยู่สันโดษถือศีลธรรมโดยมี พังพอน หลานสาวน่าตาน่ารัก เป็นผู้ดูแล ผามาเพื่อขอคำปรึกษาในการเดินทางไปถํ้านํ้าตกเพราะตนเองเคยได้ยินแต่พรานผาดเล่าให้ฟังเท่านั้น ระหว่างทางพบพังพอนซึ่งออกมาหาของป่า ทั้งหมดจึงเดินทางมาหาแม่แก่ อาม้งพาพวกมาดักซุ่มอยู่แล้วจับทุกคนไว้แต่ผาหนีไปได้ความจริงคือพวกอาม้งมาถึงก่อนแล้วจับแม่แก่เป็นตัวประกันให้พังพอนไปล่อพวกผู้กองกาญจน์กับอังกอร์เข้ามา ผาหนีไปได้และหาทางกลับมาที่จะช่วยทุกคน ระหว่างหนี ผาได้พลัดตกลงจากเนินสูง และสลบไป กลางดึกวิญญาณของคอยที เรียกผาให้ลืมตาขึ้น ผาได้พบกับคอยที และไม่รู้ว่าคอยทีเป็นใครผาขอความช่วยเหลือจากคอยที คอยทีบอกว่าตนจะช่วย  คอยทีจึงเข้าสิงร่างของผา ลอบบุกเข้าไปช่วยทุกคนออกมาได้ และฆ่าอาม้งตาย พอทุกคนหนีออกมาได้ ผาก็หมดสติ พอรู้ตัวก็จำความอะไรไม่ได้เพียงแต่เล่าว่าได้พบคอยที ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นวิญญาณของคอยทีนั่นเองที่มาช่วยไว้ อังกอร์รู้สึกตื้นตันและซาบซึ้ง

ผารีบพาพวกผู้กองกาญจน์กลับไปหาแม่แก่ เพื่อพาแม่แก่หนีไปให้พ้นจากการคุกคามของหมวดฤทธิ์ แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะเมื่อไปถึงก็พบว่าแม่แก่ถูกทำร้ายอาการสาหัส ผาพยายามถามเรื่องกริชเงินและถํ้านํ้าตก แม่แก่บอกว่ามีจริงและได้เตือนทุกคนว่า กำลังจะเดินทางเข้าไปสู่ดินแดนที่ไม่คาดฝัน...มีแต่ความดีงาม...ความเสียสละและความไม่โลภ...เท่านั้นที่ทำให้ทุกคนรอดชีวิต....การเดินทางไปถํ้านํ้าตกจะต้องผ่านจุดสำคัญหลายจุดด้วยกันคือ....เกาะบาป ...หุบเขากินคน...นรกดำ...สุสานป่าเย็น....สุสานดำ....และ....หุบเขาหลับ....เป็นด่านสุดท้าย.....จากนั้นก็แล้วแต่บุญวาสนา....แล้วก็สิ้นใจไป

ผ่านเวลาการเดินทางมา  ผู้กองกาญจน์หนักใจที่ไม่พบกริชเงิน และวันครบรอบยี่สิบห้าปี ของอังกอร์ก็คือพรุ่งนี้ พรุ่งนี้คือวันสุดท้ายที่จะต้องหากริชเงินให้พบ...มิฉะนั้นแล้ว....ผู้กองกาญจน์จะต้องฆ่าอังกอร์ด้วยกระสุนเงินที่คอยทีมอบให้ไว้....

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ผู้กองกาญจน์จะออกเดินทางไปถํ้านํ้าตก พวกชาวบ้านก็มารายงานว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกําลังมุ่งหน้ามาทางนี้ มันเป็นพวกหมวดฤทธิ์นั่นเอง หัวหน้าให้ผู้กองกาญจน์และทุกคนหนีไป ตนและพวกชาวป่าจะตั้งรับเอง หมวดชาติอาสาจะอยู่ต้านหมวดฤทธิ์ช่วยอีกแรง ให้ผู้กองกาญจน์กับอังกอร์ไปก่อนเพื่อค้นหากริชเงินให้ได้

ผู้กองกาญจน์กับอังกอร์เดินทางไปถึงถํ้านํ้าตก ก็รีบเร่งเข้าไปในถํ้าเพื่อค้นหากริชเงิน แต่ก็ไม่พบ ผู้กองกาญจน์กับอังกอร์ตัดสินใจปีนขึ้นทะลุออกไปทางด้านบนเมื่อมองลงมาก็พบหมวดฤทธิ์อยู่ด้านล่างกับพวกชาวป่า....ซึ่งถูกพวกมันคุมตัวอยู่รวมทั้งพวกหมวดชาติด้วย

ผู้กองกาญจน์บอกให้อังกอร์หลบอยู่ข้างบนส่วนตัวเองแอบปีนลงมายังพวกหมวดฤทธิ์ ขณะที่พวกมันไม่รู้ตัวผู้กองกาญจน์ก็จู่โจม จังหวะเดียวกันกับผากับพังพอนมาทันเวลาพอดี....ในที่สุดผู้กองก็คุมสถานะการไว้ได้....แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อหมวดฤทธิ์จับเก่ง (ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านชาวป่า)ไว้เป็นตัวประกัน ทุกคนต้องยอมจำนนอีก ผาและพังพอนต้องออกมาจากที่ซ่อนถูกพวกมันควบคุมอีก

หมวดฤทธิ์ตะโกนเรียกให้อังกอร์ปรากฏตัวก่อนที่มันจะฆ่าผู้กองกาญจน์ อังกอร์ไม่ยอมออกมามันจึงยิงผู้กองกาญจน์เข้าที่ขาอย่างจัง ผู้กองกาญจน์ถึงกับทรุดลง อังกอร์ซุ่มมองอยู่บนยอดนํ้าตก ตัดสินใจไม่ถูกเพราะผู้กองสั่งไว้ ว่าตราบใดที่หมวดฤทธิ์มันยังไม่ได้ตัวอังกอร์ทุกคนจะปลอดภัย

อังกอร์ตัดสินใจไม่ถูก.. 

ทางเบื้องล่าง หมวดฤทธิ์เดินเข้าหาผู้กองกาญจน์แล้วเตะผลักเข้าเต็มแรง ผู้กองถึงกับควํ่ากลิ้งไป สร้อยกระสุนเงินที่ห้อยคออยู่ ขาดหลุดตกลงมาที่พื้น ผู้กองพยายามตะเกียกตะกายไปหยิบ แต่หมวดฤทธิ์ก้าวเข้ามาแล้วคว้าไปเสียก่อน มันตรวจดูอย่างพิจารณาเห็นว่าเป็นกระสุนเงิน

พรานหม่องบอกว่าเป็นกระสุนฆ่าวิญญาณร้ายเพื่อที่อังกอร์จะตายอย่างไม่ทรมานและไม่ตกเป็นทาสของวิญญาณร้ายต่อไป หมวดฤทธิ์หัวเราะแล้ว ทิ้งกระสุนเงินลงแก่งนํ้าตกไป มันต้องการให้อังกอร์ตายอย่างทรมาน

หมวดฤทธิ์มันหันไปทางเก่งแล้วอุ้มเก่งขึ้นมาพลางร้องตะโกนบอกอังกอร์ว่าถ้าไม่ยอมมอบตัวมันจะทุ่มเก่งลงนํ้าตกที่ไหลเชี่ยวอยู่เบื้องล่าง  ด้วยความเป็นห่วงเก่ง อังกอร์ตัดสินใจกระโดดลงสู่หน้าผาเบื้องล่าง

หมวดฤทธิ์คว้าปืนจากลูกน้องมันยิงกราดใส่ร่างของอังกอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ กระสุนถูกอังกอร์อย่างจัง อังกอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดร่างร่วงสู่นํ้าตกเบื้องล่าง หมวดฤทธิ์วิ่งข้ามแก่งหินไปดูตรงที่อังกอร์ตกลงไป ครู่หนึ่งสีนํ้าก็แดงฉานขึ้นมา หมวดฤทธิ์หัวเราะด้วยความสะใจแล้วสั่งลูกน้องของมันลงมาให้ยิงสาดกระสุนใส่พื้นนํ้าอย่างไม่ยั้ง....

ทันใดนั้น!ร่างของเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่ก็พุ่งขึ้นมาจากนํ้าตก แล้วกระโดดเข้าใส่หมวดฤทธิ์ที่ยืนหัวเราะอยู่อย่างรวดเร็วแล้วใช้อุ้งมือหนาใหญ่ตบอย่างแรงร่างของมันขาดเป็นสองท่อน....ลอยกระเด็นขึ้นไปในอากาศ เสือร้ายกระโจนเข้าใส่พวกมันที่ยืนตะลึงอยู่แล้วตบพวกมันจนกระจัดกระจายแล้วพุ่งฝ่าสายนํ้าเข้าไปในถํ้านํ้าตก พวกที่เหลือได้แต่ตกตะลึงและถูกพวกชาวป่าจับกุมตัวไว้ได้ เสียงเสือร้ายคำรามก้องสะท้อนออกมา...

 

 

ผู้กองกาญจน์ขยับตัวลุกขึ้นอย่างยากเย็นหัวใจหดหู่ กระสุนเงินถูกหมวดฤทธิ์ทิ้งไปแล้ว ถ้าไม่พบกริชเงินอังกอร์จะต้องทรมานไปตลอดชีวิต ทันใดนั้นพรานหม่องส่งปืนโบราณให้พร้อมกับยื่นมือมาข้างหน้า ในมือมีกระสุนเงินอยู่หนึ่งนัด เป็นของพรานหม่องที่เตรียม มาฆ่าอังกอร์นั่นเอง ผู้กองกาญจน์รับมาอย่างปิติ แล้วรีบตามรอยของเสือร้ายเข้าไปในถํ้าอย่างทุลักทุเล ได้ยินเสียงคำรามก้องมาเป็นระยะสุดท้ายก็เผชิญหน้ากัน ทันใดนั้นร่างของเสือร้ายก็ค่อยๆกลับกลายเป็นร่างของอังกอร์ ผู้กองกาญจน์จะวิ่งเข้าไปหา แต่อังกอร์ห้ามไว้ บอกผู้กองกาญจน์ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้ว ขอให้ผู้กองกาญจ์สังหารตนด้วยกระสุนเงินได้แล้วก่อนที่จะสายเกินไป ผู้กองกาญจ์มองร่างของอังกอร์เป็นครั้งสุดท้ายร่างของอังกอร์เต็มไปด้วยเลือดจากกระสุนปืนของพวกหมวดฤทธิ์ผู้กองกาญจน์ยกปืนขึ้นเล็งตรงหัวใจ แล้วเหนี่ยวไก  สายตาของอังกอร์มองผู้กองกาญจน์อย่างเว้าวอนด้วยความรักอย่างเต็มหัวใจ เธอกำลังจะกลายเป็นเสือที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายตลอดไป   ผู้กองกาญจน์น้ำตาคลอด้วยความอาลัย เขาไม่สามารถช่วยคนที่เขารักได้ ทั้งสองกำลังจะแยกกันและอยู่กันในคนละภพ

พลันร่างของอังกอร์ทรุดลงกับพื้น...เลือดจากทรวงอกไหลริน ลงสู่พื้น...

ทันทีที่เลือดของอังกอร์หยดถึงพื้น แผ่นดินก็แตกเป็นทางวิ่งไปชนผนังถํ้า แตกออกเป็นช่องกว้างผนังถํ้าส่วนหนึ่งพังทลายลงมา แสงสีนวลจ้าปรากฏขึ้นแก่สายตา ปรากฏเป็นแอ่งถ้ำที่มีกริชเงินฝังอยู่ด้านในส่องสว่างเป็นรัศมีเรืองรอง ด้านในเป็นร่างสวยงามของนางปทุมเทวีนอนสงบนิ่งอยู่...

ผู้กองกาญจน์ก้มลงอธิษฐานด้วยความรักและความเสียสละที่มีต่ออังกอร์  ผู้กองกาญจน์คว้ากริชเงินแน่นไว้ในอุ้งมือ ผู้กองหันมาทางอังกอร์ ซึ่งบัดนี้กำลังจะกลายร่างเป็นเสือเพราะเวลาของเธอใกล้จะหมดลงแล้ว ผู้กองกาญจน์ปราดเข้าไปหา แต่แล้วผืนดินก็สั่นสะเทือนพื้นดินตรงระหว่างอังกอร์กับผู้กองกาญจน์แยกออกจากกัน ผู้กองกาญจน์เสียหลักตกลงไปในรอยแยก  แรงกระแทกทำให้กริชเงินหลุดจากมือ ทันทีที่กริชเงินตกถึงพื้นแผ่นดินก็แยกเป็นแนวอยู่แล้วก็แตกแยกพุ่งเข้าหากริชเงินประหนึ่งเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของวิญญาณเสือร้าย ที่จะทำลายกริชเงิน ผู้กองกาญจน์รีบดีดตัวเข้าคว้ากริชเงินไว้ได้ก่อนที่มันจะตกลงไปในรอยแยก พอตั้งหลักได้ ก็กระโดดข้ามไปหาอังกอร์ พลางยกกริชขึ้นสูง  "อังกอร์...ผมรักคุณ" ผู้กองพูดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วแทงกริชเงินลงที่หัวใจของอังกอร์ เสียงอังกอร์ร้องโหยหวนและกลายเป็นเสียงคำราม ควันสีเขียวพุ่งออกจากทรวงอกหมุนวนกลายเป็นใบหน้าของเสือร้ายร้องคำรามอย่างน่ากลัว และโหยหวน แสงสีเขียวหมุนเคว้งเป็นลมพายุแรง ในที่สุดก็แตกกระจายเสียงดังจนถํ้าสั่นสะเทือนพุ่งขึ้นไปยังช่องด้านบนแล้วหายวับไป กริชเงินพุ่งฝ่าม่านกำแพงกลับไปปักที่เดิม

ผู้กองกาญจน์กอดร่างอังกอร์แน่นคิดว่าอังกอร์ตายแล้ว แต่แล้วก็รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอังกอร์ลืมตาขึ้นมา "อังกอร์...ก็รักคุณค่ะ" ทั้งสองกอดกันแน่นด้วยความรัก เสียงครืนๆ ผนังถํ้าที่ทลายลงมากลับรวมตัวกันเป็นอย่างเดิม ไม่มีร่องรอยของกริชเงินอีกต่อไป

ทุกคนที่อยู่ทางด้านนอก ต่างรอคอยด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วทุกคนก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เมื่อเห็นผู้กองกาญจน์อุ้มร่างของอังกอร์เดินออกมาจากถํ้านํ้าตก 

เรื่องราวความเข้มข้นจะสนุกสนานแค่ไหนติดตามชมละคร บู๊ แอคชั่นแฟนตาซี “อังกอร์”  2018 จะส่งเสียงเสือคำรามดึงเรตติ้งได้สูงปรี๊ดหรือไม่ ติดตามชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 – 23.00 น.  เสาร์ และ อาทิตย์  เวลา 20.15 - 22.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 และจะออนแอร์ตอนแรกให้ได้ชมในวันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง 33

 

 

อัพเดทชีวิตคนดัง ครบครันเรื่องบันเทิง เพลิดเพลินไปกับบทละคร

ติดตาม Dara.trueid.net ได้อีกช่องทางที่


Facebook

Twitter

Instagram


และ แอปพลิเคชั่น 


TrueID Application

Add friend ที่ ID : @TrueID

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ