รากนครา ตอน 24 (จบบริบูรณ์)

21 pages

รอยยิ้มศุขวงศ์นั้นฉาบไว้ด้วยความขมขื่น “นอกจากข่าวสวรรคตของพระพุทธเจ้าหลวง...มีอีกครั้งเดียวเท่านั้นที่ทำให้พ่อเสียใจจนเจ็บหนักอยู่นาน แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป หากไม่มีเจ้าคอยเป็นกำลังเอาไว้ นั่นก็คือตอนที่แม่ของเจ้าจากไป”

“ลูกจำได้ว่าเจ้าแม่ตายก่อนเราเดินทางไปยุโรปไม่กี่เดือนนี้เจ้าพ่อ ตอนนั้นลูกครบสิบเอ็ดขวบแล้ว”

“แม่ของเจ้า...พ่อหมายถึงแม้นเมือง”

“ก็ใช่ไงเจ้าพ่อ เจ้าแม้นเมืองของลูก”

“นั่นไม่ใช่แม้นเมืองไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดเจ้า...แม่คนที่เลี้ยงเจ้ามาชื่อมิ่งหล้า”

ไศลรัตน์งงจัด “เจ้าพ่อ นี่มันอะไรกัน”

“เจ้าไปอยู่กับอังเคิลแบร็กกิ้นตั้งหลายปี เขาไม่เคยเล่าอะไรให้เจ้าฟังเลยใช่ไหม”

“ไม่เคยเลย..เจ้าพ่อ”

ศุขวงศ์ยิ้ม “เพื่อนรักของพ่อคนนี้เก็บความลับได้ดีเสมอ”

“เจ้าพ่อ...เล่าทุกอย่างให้ลูกได้รับรู้ด้วยเถิด”

ศุขวงศ์เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขและทุกข์ผสมปนเปกันอยู่

 

ภาพเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ผ่านเข้ามา เหมือนเป็นภาพถ่ายและจากสีสันที่มี ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขาว – ดำในที่สุด

 

รูปภ่ายฝีมือแบร็กกิ้นรูปนั้น ถูกยื่นเข้ามาตรงหน้าไศลรัตน์ ไศลรัตน์ค่อยๆ รับรูปนั้นไปมองดูอย่างพินิจพิเคราะห์

“เวลานั้นพ่อต้องเจ็บปวดขมขื่นใจเป็นที่สุด เพราะพ่อต้องทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวตนของแม่เจ้าทิ้งเพื่อให้เชียงพระคำอยู่รอดจากเงื้อมมือมหาอำนาจ...รูปถ่ายนั้นเป็นสิ่งเดียวที่พ่อไม่อาจหักใจทำลายได้”

ไศลรัตน์สะเทือนใจหลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมด “ทั้งเจ้าพ่อทั้งเจ้าลุงหน่อเมืองและทุกคนล้วนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเลือกยืนอยู่ตรงจุดไหนก็ต้องพบกับความเจ็บปวดเสมอ”

“ถูกของเจ้าแล้ว เจ้าแก้ว...พ่ออยากให้แม่ของเจ้าได้ยินคำพูดนี้ และได้เห็นเจ้าในยามนี้เหลือเกิน”

ไศลรัตน์ยิ้ม ก้มลงมองภาพถ่ายนั้นในมือ

“เจ้าแม่แม้นเมืองของลูกเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดในหัวใจของลูก” ศุขวงศ์ยิ้มตอบ

ภาพถ่ายในมือไศลรัตน์..กลีบดอกชมพูป่าร่วงปลิวลงมาตกลงบนภาพถ่ายนั้น ไศลรัตน์และศุขวงศ์หันกลับไปมองเจดีย์สีขาวนั้น ไศลรัตน์เดินตรงเข้าไปทรุดตัวกราบเจดีย์นั้น พ่อลูกกับเจดีย์สีขาวในดงชมพูป่า

 

ความเปลี่ยนแปลงมาพร้อมความเจ็บปวดเสมอ จงปล่อยวาง และตั้งรับอย่างมีสติ

 

--- จบบริบูรณ์ ---

21 pages

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ