ศรีอโยธยา ตอนที่ 20 (อวสาน ภาค1)

16 pages

บุษบาพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว : คุณอา...ทราบ...

เจ้าจอมราตรี หันมายิ้มให้บุษบาด้วยความเมตตา ท่านไม่ตอบว่ากระไร ก่อนจะออกไปจากห้อง

 

 

ห้องพระบรรทม สมเด็จพระพันวัสสาฯ ประทับอยู่กับเจ้าจอมราตรีตามลำพัง ไม่มีข้าหลวงเข้าเฝ้าแม้แต่นางเดียว

สมเด็จพระพันวัสสา : ราตรี...สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า ถึงเวลาแล้วที่องค์สมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ : จะต้องทรงมีฝ่ายใน จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้อาคัดเลือกสตรีฝ่ายในสิบนาง เพื่อถวายเป็นหม่อมห้ามในพระองค์สมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ

เจ้าจอมราตรี : แล้วตำแหน่งพระภรรยาเจ้าล่ะเพคะ กำหนดพระองค์แล้วรึยัง

สมเด็จพระพันวัสสา : ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้อา ปรึกษาหารือกับองค์สมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ ว่าจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้นางใด เป็นพระภรรยาเจ้าด้วยพระองค์เอง และทรงกำชับด้วยว่าให้จัดพระราชพิธีถวายตัวฝ่ายใน ในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน ด้วยทรงเกรงว่า อาจจะเกิดศึกสงครามขึ้นในไม่ช้า

เจ้าจอมราตรีขนลุกซู่ไปทั้งร่าง : อีกสามปีเท่านั้น...หม่อมฉันลืมไปเสียสนิท

สมเด็จพระพันวัสสา : สามปี ไม่ใช่แค่สงครามนะ ราตรี...มันคือความหายนะ บุษบา...พร้อมที่จะถวายตัวเป็นพระภรรยาเจ้าในพระองค์สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แล้วใช่ไหมราตรี

เจ้าจอมราตรีพูดเบาๆ : เพคะ...

 

 

กรุงอังวะรัตนบุรี ท้องพระโรงพระมหาราชวังกรุงอังวะ พระเจ้ามังระประทับอยู่ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ามกลางพระราชวงศ์และขุนนางและเหล่าขุนศึกนักรบในเครื่องแต่งกายเต็มยศ

พระเจ้ามังระ : ในพระนามแห่งพระมหาราชาแห่งกรุงอังวะรัตนบุรี ข้าขอสักการะบูชาดวงพระวิญญาณในพระบรมชนก และพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า ด้วยมหาเปลวเพลิงและเถ้าควันที่มอดไหม้จากทุกชีวิตในราชวงศ์บ้านพลูหลวงและกรุงศรีอโยธยาทั้งราชธานี

 

--- ศรีอโยธยา ตอนที่ 20 (อวสาน ภาค1) ---

16 pages

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ