รู้ก่อนดู!! ส่องคาแรคเตอร์ นักแสดงนำ รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ จากนิยายดังสู่ซีรีส์ที่ต้องติดตาม

รู้ก่อนดู!! ส่องคาแรคเตอร์ นักแสดงนำ รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ จากนิยายดังสู่ซีรีส์ที่ต้องติดตาม
Entertainment Report_1
24 เมษายน 2563 ( 11:50 )
5.3K
6

ข่าวบันเทิงวันนี้

“รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” เตรียมออนแอร์ตอนแรกให้แฟนซีรีส์จีน สืบสวนสุดโรแมนติก ได้ชม ผ่าน ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ แอปทรูไอดี ระบบเสียง 2 ภาษาพร้อมซับภาษาไทย  29 เมษายนนี้ อำนวยการสร้างโดย เฉินหลง หรือ แจ็คกี้ ชาน  ดาราดังระดับโลก ที่เขาทุ่มสุดตัวให้กับซีรีส์เรื่องนี้  โดย รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ กล่าวถึง ถังฟั่น ผู้พิพากษาขั้น 6 กับ สุยโจว นายกององครักษ์เสื้อแพรได้ร่วมมือกันปิดคดีบุตรชาย โหวกง จนกลายเป็นมิตรภาพระหว่างกัน แม้เป็นบุคคลมีชื่อเสียง แต่ขุนนางมือสะอาดอย่างถังฟั่นยังคงเช่าบ้านอยู่ วันหนึ่งเกิดเหตุแม่นางจางซื่อ ผู้เป็นเจ้าของบ้านเสียชีวิตในห้องปิดตาย เมื่อสืบสวนไปในที่สุดก็นำไปสู่การจับตัวหลี่มั่น สามีของผู้ตายไว้ได้ หลังจากนั้นไม่นาน ถังฟั่น ต้องจากเมืองหลวงไปสืบคดีที่ เหอหนัน เพราะเกิดคดีคนหายตัวไปจำนวนมากใกล้สุสานกษัตริย์ราชวงศ์ซ่งเหนือ ปรากฎว่าฆาตกรก็ยังคงเป็น หลี่มั่น นักโทษคดีเก่าที่แหกคุกออกไป หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือด หลี่มั่น หนีไปได้อีกแล้ว ที่แท้ หลี่มั่น เสมือนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น ในช่วงเวลานั้น ทั้งในเมืองหลวงและในท้องที่มีคดีต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยมีกองกำลังของราชสำนักแอบซ่อนอยู่เบื้องหลัง ในที่สุดถังฟั่นกับสุยโจวก็สามารถเปิดเผยความจริง ร่วมแรงร่วมใจกันทำลายแผนลับที่จะกบฏของซั่งหมิง ผู้บัญชาการสำนักบูรพา .วันนี้ทีมงาน ทรูไอดี บันเทิง จะพาไปเปิดคาแรกเตอร์ของ 3 นักแสดงนำ ว่าพวกเขารับบทเป็นใครกันบ้าง

 

“ถังฟั่น” รับบทโดย “ดาร์เรน เฉิน” 

ชื่อรอง รุ่นชิง อายุ 23 ปี ราศีพิจิก เลือดกรุ๊ปโอ  เกิดในปีรัชศกจิ่งไท่ที่ 6 นักษัตรกุล

ครอบครัวเกิดความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ถังฟั่นยังเด็ก บิดาและมารดาเสียชีวิต เขากับพี่สาวจึงเติบโตขึ้นมาด้วยกันด้วยความยากลำบาก กระทั่งพี่สาวแต่งงานไปกับเฮ่อหลิน แม้ถังฟั่นจะไม่ชอบหน้าพี่เขยนัก แต่อย่างน้อยพี่สาวก็ได้มีที่พึ่งพิง  เมื่อไร้ความกังวลถังฟั่นจึงมุ่งมั่นตั้งใจกับการสอบจอหงวน 

ถังฟั่นผู้เกิดมาเฉลียวฉลาดและรักความก้าวหน้า ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตา ในปีเฉิงฮว่าที่ 11 ก็สอบรับราชการได้ ไม่เพียงเท่านั้นในการสอบต่อหน้าพระพักตร์ ยังทำให้ฮ่องเต้พอใจมาก จนเกือบได้เป็นบัณฑิตเอกขั้นหนึ่ง แต่ทว่า ชีวิตในราชสำนักของถังฟั่นก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะเขาไม่มีเส้นสาย ทั้งยังไม่มีทรัพย์สิน สุดท้ายจึงถูกขุนนางอาวุโสผู้หนึ่งแย้งฮ่องเต้ว่า อายุยังน้อย เกรงว่าจะลำพองและใช้อำนาจบาตรใหญ่ ทำให้ถังฟั่นไม่ได้เป็นจอหงวน เป็นเพียงบัณฑิตเอกขั้นสอง ความผิดหวังนี้จึงเหมือนราดน้ำเย็นถังใหญ่ไปยังถังฟั่นผู้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ไม่เพียงเท่านั้น ต่อมายังส่งเขาไปดำรงตำแหน่งลอยๆที่สำนักราชบัณฑิต ทำให้เขาเห็นถึงความเป็นจริงและความล้มเหลวของราชสำนักต้าหมิงอย่างถ่องแท้

เมื่อถังฟั่นมาถึงสำนักราชบัณฑิตก็พบว่าผู้คนรอบตัวล้วนประจบสอพลอผู้มีอิทธิพล  ไม่ใช่หน่วยงานราชการที่มีอนาคตอย่างที่คิดไว้ ถังฟั่นอยากเปลี่ยนสถานการณ์ แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาเย็นชาและกีดกัน  ถังฟั่นผู้มีจิตใจใสบริสุทธิ์ ก็ค่อยๆหมดความกระตือรือร้นไปเรื่อยๆ

 

 

หลังจากทำงานง่ายไป 3 ปี ภายใต้การชี้แนะจากชิวจวิ้น พานปินก็หาตัวเขาพบ ซึ่งเวลานั้นพานปินเพิ่งได้ขึ้นเป็นผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน ไม่มีลูกน้องมีฝีมือคอยช่วยเหลือ จึงนึกถึงศิษย์น้องถังฟั่นผู้มีความสามารถแต่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นนี้ ถังฟั่นจึงได้รับเชิญไปยังศาลซุ่นเทียนและเป็นผู้พิพากษายังศาลแห่งนี้ ครั้งนี้ถังฟั่นรู้ซึ้งถึงวิถีการเป็นขุนนางมือสะอาดแล้ว เขาผู้เย้ยหยันต่อทุกสิ่ง ขอเพียงได้ลิ้มรสอาหารอร่อยก็พอใจแล้ว แต่ถังฟั่นไม่รู้ว่า จิตใจใสสะอาดที่ซ่อนไว้ในตัวเขา จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งต่อหน้าเพื่อนร่วมทุกข์สุขในชีวิต

ในตัวถังฟั่น หากเราเปรียบเทียบเขากับหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน : ถังฟั่นแม้เป็นผู้พิพากษาขุนนางขั้น 6 แต่ก็ลอยละล่องราวจอกแหนไม่ต่างกับหนุ่มสาวยุคนี้จำนวนมากที่มาทำงานในเมือง และต้องปวดหัวกับเรื่องการเช่าที่พัก การร่ำเรียนหลายปีผ่านการสอบหลายครั้ง แม้สอบได้แล้ว แต่ “ไร้เส้นสายในราชสำนัก ไร้ทรัพย์สินในมือ” คำพูดนี้ทำให้ถังฟั่นไม่ต่างกับลูกหลานผู้ไม่ใช่ข้าราชการ หรือไม่ใช่เศรษฐี ที่ต้องเผชิญหน้ากับการแบ่งปันทรัพยากรทางสังคมที่ไม่ยุติธรรม  ภายนอกที่ดูเหมือนพึ่งพาไม่ได้ของถังฟั่นแท้จริงเป็นเกราะที่เขาต่อต้านสังคม

ในตัวถังฟั่นเป็นปัญญาชนผู้รักชาติบ้านเมือง และมีคุณธรรม แต่ความเป็นจริงของสังคมทำให้เขาต้องปิดบังทุกอย่างให้อยู่ภายใต้เปลือกบุคลิกไม่จริงจัง ไม่รักษากฎระเบียบ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์และตัดสินคดีอย่างแม่นยำ เป็นวิธีเดียวที่เขาสามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ ส่วนความชอบในอาหารเลิศรส แสดงให้เห็นว่าเขายังมีความกระตือรือร้นต่อชีวิต

 

 

ระหว่างถังฟั่นกับสุยโจวเป็นความสัมพันธ์แบบเติมเต็มซึ่งกันและกันประเภทหนึ่ง ในด้านการทำงานและนิสัย ต่างมีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างชัดเจน ความแตกต่างนี้ ทำให้พวกเขาเติมเต็มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความขัดแย้งกันบ้าง จนเกิดเป็นละครฉากต่างๆ

 

“สุยโจว” รับบทโดย ฟู่เมิงป๋อ” 

ชื่อรอง กว่างชวน อายุ 28 ปี ราศีกรกฎ เลือดกรุ๊ปบี เกิดในปีรัชศกเจิ้งถงที่ 14 นักษัตรมะเส็ง

สุยโจวเกิดในตระกูลขุนนาง หากพูดตามภาษาปัจจุบัน ถือว่าเขาเป็นลูกข้าราชการชั้นสูง สุยอันหลัน อาของบิดาเขาสละชีวิตในศึกกบฎป้อมถู่มู่  เขาจึงถือเป็นลูกหลานของผู้จงรักภักดีต่อแผ่นดินด้วย  การศึกษาตั้งแต่วัยเด็กทำให้สุยโจวเกิดความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ราชสำนักมาโดยตลอด การตอบแทนแผ่นดินเป็นเป้าหมายหลักในชีวิตของเขามาตั้งแต่ยังเยาว์ และเพราะเหตุนี้ ในปีที่สุยโจวอายุ 16 เขาก็พบกับทางเลือกครั้งแรกในชีวิต

ตอนอายุ 16 สุยโจวได้พบกับผู้หญิงที่เขารักคนแรก เขาสัญญากับนางว่า เมื่อเป็นทหารเฝ้าชายแดนแล้ว 3 ปี เขาจะกลับมาพร้อมผลงานและแต่งนางเป็นภรรยา แต่เมื่อสุยโจวอายุ 19 กลับมาถึงเมืองหลวงก็พบว่า หญิงสาวคนนั้นได้เป็นภรรยาผู้อื่นไปก่อนแล้วความรักที่ดับสลายทำให้สุยโจวหลงทางไปช่วงเวลาหนึ่ง เขากลับไปยังชายแดน ใช้การกรำศึกมาทำให้ตัวเองด้านชา หลังจากผ่านความเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วน สุยโจวค่อยๆกลับมาเป็นตัวของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ได้เห็นเพื่อนร่วมรบสละชีพในสนามรบไปไม่น้อย เมื่อถังฟั่นและตั่วเอ๋อร์ลาสนิทสนมกันเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน สุยโจวไม่เห็นด้วยนัก ดังนั้นเมื่อตั่วเอ๋อร์ลาสละชีพเพื่อช่วยถังฟั่น ก็เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้สุยโจวกับถังฟั่นเข้าใจผิดกันในภายหลัง

หลังจากอายุ 19 แล้ว สุยโจวก็ไม่เคยรักใครอีก ครอบครัวถึงขั้นเคยเตรียมการแต่งงานให้เขา  แต่เขาปฎิเสธ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่สุยโจวยังเป็นโสดมาจนอายุ 28 ปี ตอนอายุ 26 ครอบครัวจัดการให้เขาเข้าเมืองหลวง เพื่อเข้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพรกองปราบฝ่ายเหนือ จึงทำให้สุยโจวที่เดิมอยู่ในตำแหน่งซื่อไป่ฮู่ต้องลดตำแหน่งมาครึ่งขั้น ลงเป็นนายกองขั้น 7 แต่สำหรับสุยโจวแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือจะสามารถทำอะไรได้บ้าง

สุยโจวผู้มีภูมิหลังทางบ้านดีไม่เคยต้องกังวลเรื่องผลงานและชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เขาเกิดมา ลำดับเหตุการณ์ในชีวิตเหมือนมีคนจัดการมาแล้ว สุยโจวเชื่อมั่นในความเที่ยงธรรมของระบบระเบียบ แม้จะรู้ว่าราชสำนักและประเทศชาติล้วนมีปัญหา แต่ก็ยังยึดติดในระบบ และพยายามเสนอความจริงและความเป็นธรรมให้ได้มากที่สุดภายในกรอบของระบบระเบียบนั้น

ชาติตระกูลและอาชีพทหารทำให้สุยโจวมีการตัดสินใจที่นิ่งสงบ การกระทำที่เด็ดขาดและไม่ไว้หน้าศัตรู นอกจากนั้น วรยุทธ์ของเขายังล้ำเลิศ พร้อมมีผู้อุปถัมภ์และชื่อเสียงที่ดีในราชสำนัก สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนเสริมให้กับถังฟั่นด้วย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดังเช่นปัญญาชนคุยกับทหาร บางครั้งก็ยากจะเข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย 

ประสบการณ์จากชายแดนและความผิดหวังจากความรักในวัยหนุ่ม สุยโจวจึงเคยชินกับการเก็บกดอารมณ์ไว้ สิ่งนี้สะสมมาแรมปี ทำให้อารมณ์ของสุยโจวมีปัญหา แต่ตัวเขาเองไม่รู้สึก ทั้งนี้ การทำอาหารเป็นการระบายอารมณ์อย่างหนึ่งของสุยโจว ฝันร้ายและอาการนอนไม่หลับอันยาวนานทำให้เขาเพ่งความสนใจไปที่การทำอาหาร ทั้งที่ความจริงนั้นสุยโจวไม่ได้สนใจด้านนี้นัก แต่มันกลับเป็นเรื่องสำคัญสำหรับถังฟั่น จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่คอยช่วยเหลือและพึ่งพากันของทั้งคู่ เมื่อถังฟั่นรู้ปัญหาทางอารมณ์และนิสัยของสุยโจวแล้ว ก็ใช้วิธีของตัวเองช่วยเหลือเขาคลี่คลาย

 

“วังจื๋อ” รับบทโดย “หลิวเหยาหย่วน”

หนุ่มราศีมีน อายุ 17 เลือดกรุ๊ปเอ  เกิดในปีรัชศกเทียนซุ่นที่ 5 นักษัตรมะเส็ง

วังจื๋อ เป็นลูกหลานชาวเผ่าเย้า จากมณฑลกวางสี ในรัชศกเฉิงฮว่าปีที่ 1 เนื่องจากคนในเผ่าเข้าร่วมกับกบฏเถิงเสีย จึงถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะนั้นวังจื๋ออายุ 3 ขวบ ก็ถูกคุมตัวเป็นเชลยมายังเมืองหลวงด้วย เนื่องจากหน้าตาหมดจด ลักษณะท่าทางฉลาดเฉลียว เมื่ออายุ 6 ขวบ วังจื๋อจึงเข้าวังในฐานะขันทีเด็ก จนเป็นขันทีผู้ใหญ่เต็มตัว และถูกส่งให้อยู่ข้างกายว่านกุ้ยเฟย ถวายการรับใช้ในชีวิตประจำวัน

ตอนที่วังจื๋อเข้ารับใช้ข้างกายว่านกุ้ยเฟยนั้น เป็นจังหวะที่นางเพิ่งเสียลูกไปไม่นาน นางรู้ตัวดีว่าด้วยอายุที่มากกว่าฮ่องเต้ถึง 17 ปีจึงไม่อาจมีทายาทให้กับพระองค์ได้อีกแล้ว อารมณ์และความคิดจึงตกอยู่ในความเจ็บปวด สำหรับว่านกุ้ยเฟยแล้ว การมาของวังจื๋อ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจได้ดี บวกกับความฉลาดของวังจื๋อ ทำให้นางเห็นวังจื๋อเป็นเหมือนตัวแทนลูกตัวเอง

ตอนวังจื๋ออายุ 13 ฮ่องเต้เสี้ยนจงกำลังเป็นทุกข์กับการที่ไม่มีคนที่ไว้ใจได้อยู่ข้างกาย ว่านกุ้ยเฟยต้องการแบ่งเบาความทุกข์นั้น และมีเป้าหมายวางคนของตัวไว้ข้างฮ่องเต้ จึงแนะนำวังจื๋อให้พระองค์ ไม่นานนัก วังจื๋อ ผู้ทำงานดีก็ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี วังจื๋อได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเป็นผู้ที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ยังได้รับมอบหมายให้ตั้งสำนักประจิมที่มีอำนาจเหนือราชสำนัก

บัดนี้วังจื๋อ มีอายุเพียง 17  แต่มีอำนาจสูงสุดในระดับที่คนทั่วไปและทั้งชีวิตไม่สามารถมีได้ ในฐานะ 1 ใน 4 ขันทีผู้มีอิทธิพลสูงสุดแห่งราชวงศ์หมิง เขาไม่มีความต้องการในทรัพย์สินเงินทอง เหตุผลง่ายมาก นั่นเพราะเขายังอายุน้อย อนาคตยังไปได้อีกไกล จึงมีความปรารถนาในอำนาจ ส่วนเงินทองนั้นให้เป็นที่พึ่งของบรรดาผู้สูงอายุเถิด

 

 

วังจื๋อรู้ตัวว่าสิ่งที่ตนมีอยู่ล้วนแล้วแต่เพราะฮ่องเต้ประทานให้ สำหรับฮ่องเต้ ตัวเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หากอยากเป็นหมากที่อยู่บนกระดานได้นานขึ้น ตัวเองจำเป็นต้องแสดงฝีมือให้ถึงที่สุด ดังนั้น วังจื๋อจึงพยายามอย่างเต็มที่ในการตั้งสำนักประจิม ภายในเวลาสั้นๆเพียง 1 ปี ก็ล้ำหน้าสำนักบูรพาที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี หากไม่ใช่ฮ่องเต้มีประสงค์จะให้สองสำนักนี้คานอำนาจกัน ก็อาจจะให้สำนักบูรพามาแทนที่ไปแล้ว

วังจื๋อมีปรัชญาการเอาตัวรอดแนวปฎิบัตินิยม ทุกอย่างสามารถนำมาหยิบใช้ได้ทั้งสิ้น รวมถึงมนุษย์ด้วย ในสายตาของเขา ไม่มีความแตกต่างระหว่างศัตรูและมิตร มีเพียงความแตกต่างของผลประโยชน์และจุดยืน เมื่อวัตถุประสงค์สอดคล้องกัน ถังฟั่นกับสุยโจวก็เป็นผู้ที่เขาใช้ประโยชน์ได้ แต่หากเกิดความขัดแย้งขึ้น เขาก็ไม่ไว้หน้าผู้ใดเช่นกัน ยกเว้นคนเพียงผู้เดียว นั่นคือว่านกุ้ยเฟย

 

 

ติดตามชม “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” ออกอากาศ 29 เมษายนนี้ ทาง True4U (ทรูโฟร์ยู) ช่อง 24 และ แอปทรูไอดี ระบบเสียง 2 ภาษาพร้อมซับภาษาไทย ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 22.00 น. และ รีรันวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 13.00 น

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> เรื่องย่อละคร รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ ช่อง True4U

>> เอาใจคอซีรีส์จีน!! ทรูโฟร์ยู พาฟินจิกหมอนไปกับซีรีย์สืบสวนสุดโรแมนติก รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่

ข่าวบันเทิงที่เกี่ยวข้อง