ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! ตูน บอดี้สแลม ควง ก้อย รัชวิน แถลงแต่ง คำพูดและแววตาที่มองกันทำเอาฟินเลย

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! ตูน บอดี้สแลม ควง ก้อย รัชวิน แถลงแต่ง คำพูดและแววตาที่มองกันทำเอาฟินเลย
MusicHot
28 พฤศจิกายน 2563 ( 18:05 )
604

ข่าวบันเทิงวันนี้ 

หลังจากที่ ตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน ได้เข้าสู่พิธีแต่งงานในช่วงเช้าไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดในช่วงเย็น ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงงานในวันนี้ ซึ่งทำเอาบรรยากาศในงานซึ้งอบอุ่นโรแมนติกแบบสุดใจจริงๆ โดยทั้งคู่เผยว่า 

 

 

งานในวันนี้เป็นยังไงบ้าง?

ก้อย : ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง จริงๆ ไม่ได้นอน พยายามข่มตาให้หลับ มันก็ไม่หลับ พอได้มาเจอเพื่อนๆ ญาติ เห็นคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองคนมันเป็นโมเมนต์ที่ยากจะบรรยาย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
ตูน : จริงๆ ก็คืนก่อนวันแต่งงาน เขาก็จอมเซอร์ไพรส์อยู่แล้ว โอกาสต่างๆ เขาก็จะสรรหาจังหวะ พอเราบอกว่าอยากได้อะไร แล้วเขาก็จะเก็บไว้แล้วก็เอามาปล่อยเป็นไม้เด็ดตลอด ก้อยจอมเซอร์ไพรส์เขาก็ได้ทำงานของเขา ตลอด 10 ปีที่คบกันมาเขาไมได้ทำเซอร์ไพรส์ให้ผมคนเดียว ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในวงจรีวิตเขาเขาก็จะทำ ที่จะมอบความสุขให้คนของเขา ต่างจากผมที่จะไม่ค่อยได้เทคแคร์เท่าไหร่ แล้วเราคิดว่าอันนี้มันสอนเราแล้วทำให้เรามองตัวเองแล้วอยากให้เราทำแบบนี้บ้าง อยากเป็นผู้ให้แบบนี้บ้าง
ก้อย : ก้อยเป็นคนที่ชอบเซอร์ไพรส์อยู่แล้ว ชอบเห็นคนที่รักเรามีความสุข แล้วก็เห็นว่าเป็นสำคัญของเราทั้งคู่ แล้วก็เป็นของขวัญที่พี่ตูนอบากได้ ก็เลยแอบไปหามาให้

 

เกร็งไหมจากแฟนเป็นภรรยา?

ก้อย : เราก็ต้องมีบทบาทที่มันเพิ่มเติมมากขึ้น ถามว่าเกร็งไหม มันก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ที่เราจะต้องเปลี่ยน และปรับตัวกันต่อไป เพราะ 10 ปีที่ผ่านมามันก็เป็นอะไรที่เราเรียนรู้กันไป เหมือนตอนนี้เราสอบเลื่อนขั้น เราจบ ม.6 แล้ว เราก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ตูน : เราคบกันมา 10 ปี เราเป็นแฟนกันและเป็นลูกของพ่อแม่ เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ยังไม่มีลูกที่จะต้องทำเพื่อเขา การที่เราแต่งงาน เราก็เหมือนว่าเรามาทำให้สมบูรณ์มากขึ้น ก็ตื่นเต้นที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย เพราะว่าเราก็ซ้ำชั้นมาหลายปี เพิ่งได้เรียนมหาวิทยาลัย เราคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ตื่นเต้นกับความรู้สึกใหม่ๆ ไม่ว่าสุดท้ายมันก็ไม่ได้เจออะไรแค่ด้านเดียว มันเจอความทุกข์แล้วเราจะจัดการกับมัน เพราะอย่างเราเราได้คำสอนดีๆ จากผู้ใหญ่ คำอวยพรคำสอนเราจะนำไปพัฒนา และจะทำมันให้ดีที่สุด

 

 

 

 

ด่านประตูเงินประตูทองในพิธีตอนเช้า?

ตูน : ด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่ามันจะยากกว่านี้นะครับ
ก้อย : หนูว่าเพื่อนหนูเกรงใจพี่ตูน เพราะว่าก้อยนะบอกเลยว่าเอาให้เต็มที่ จัดหนักได้เลย ให้เพื่อนครีเอทได้เลย แต่ก้อยก็ไม่รู้ว่าการกั้นประตูจะเป็นยังไง เพราะต้องซ่อนตัวอยู่เลยไม่รู้ว่าพี่ตูนต้องเจออะไรบ้าง

 

ร้องเพลงคาถาบูชาเมียด้วย?

ตูน : ประตูที่สองเขาเอาคาถามาให้เรา ก็ร้องเพลงในฉบับบอดี้สแลม ถามว่ากลัวไหม จริงๆ ใช้คำว่าเคารพภรรยามากกว่าครับ ไม่ใช่ว่าเคารพแบบผู้ใหญ่ แต่มันคือแปลว่าเคารพซึ่งกันและกัน กลัวไหมเกรงมากกว่า ให้เกียรติกันและกัน ก็เคารพกันพยายามประคับประคองมากกว่า (ร้องว่ายังไงบ้าง?) อะไรนะ ผมจำไม่ได้แล้ว
ก้อย : ลืมเร็วจังเลยนะ เพิ่งเมื่อเช้าเองนะ (หัวเราะ)

 

สินสอดเท่าไหร่?

ก้อย : ไม่ได้สังเกตุเลยค่ะว่าพี่ตูนให้อะไร สำหรับก้อยมันไม่ได้สำคัญไปมากกว่าการที่เราได้อยู่ด้วยกันตรงนี้
ตูน : เราไม่ได้เป็นคนที่คบกัน1-2 ปีแล้วมาแต่งงานกัน เราเรียนรู้ด้วยกันมา 10 ปี มันเลยเป็นพื้นฐานที่ดีในการใช้ชีวิตคู่ ระหว่างทางก้อยก็มักเป็นคนเติมเต็มให้ผม ไม่ว่าผมจะไปทำกิจกรรมอะไร แม้แต่ออกไปวิ่ง ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ได้ออกกำลังกาย ตากแดดตากลมกับเรา เขายอมลำบากที่จะเข้ามาอยู่ในวงจรชีวิตเรา เราก็เลยเคารพเขา เพราะว่ามันไม่ง่ายที่ใครจะมาอยู่กับผมได้กับชีวิตสุดโต่งของผม
ก้อย : พี่ตูนเป็นทุกอย่าง เป็นทั้งพี่ชายทั้งเพื่อนเป็นทั้งคนรัก พี่ตูนรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ทุกอย่างที่พี่ตูนทำมันทำให้ก้อยเปลี่ยนไปเป็นคนที่ดีขึ้น ทุกอย่างมันมาจากความรักและเราก็เคารพซึ่งกันและกัน สิ่งที่พี่ตูนทำกับครอบครัวกับแฟนเพลง การอ่อนน้อมถ่อมตัวมันเหมือนเป็นแบบอย่าง มันทำให้ก้อยโตขึ้นมากๆ ทำให้ก้อยเป็นก้อยที่ดีขึ้น นั้นแหละมันคือส่วนที่เติมเต็มที่ก้อยขาด การกระทำของเขามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

ตูน บอดี้สแลม ควง ก้อย รัชวิน แถลงแต่ง คำพูดและแววตานี่แหละคือความรัก

 

 

 

มีคำสัญญาให้กันไหม?

ก้อย : ไม่มีค่ะ เราไม่เคยสัญญาอะไรกัน
ตูน : ไม่มีครับ เราไม่เคยผูกพันกันด้วยคำพูด แต่เราคุยกันว่าเราจะมีลูกเลย

 

อยากมีลูกกี่คน?

ตูน : มันคือความฝันของผม อยากขยับขยายที่ทางของผม เราอาจจะมีความคิดอีกแบบหนึ่ง อาจจะไม่เห็นผมไปวิ่งไกลๆ หรือปีนเสาคอนเสิร์ต เพราะว่าเราก็อยากจะอยู่กับลูก เป็นห่วงลูก แต่อันนี้อาจจะเป็นหรือไม่เป็นแบบบนั้นก็ได้ แต่เราก็อยากที่จะมีโมเมนต์แบบนั้น 
ก้อย : ก้อยก็อยากให้ปล่อยไปตามวิถีชีวิต อยากสนุกไปกับมัน แต่แน่นอนว่าบทบาทในวงการบันเทิงอาจจะลดลง เพราะว่าเรามีน้องแล้ว เพราะว่าก้อยก็อยากทำอะไรแล้วก็ทำให้ดีไปเลย เพราะว่าถ้าเราเป็นแม่เราก็อยากจะเป็นแม่ที่ดีที่สุด เราก็อยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่วงการบันเทิงก็อาจจะทำต่อไปไม่ได้หายไปไหน แต่ก็อาจจะไม่ได้บ่อยไม่ถี่เหมือนเมื่อก่อน ต้องดูแลลูกดูแลพี่ตูนด้วย เราก็อาจจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นด้วย ที่ไม่ใช่กรุงเทพ
ตูน สัก 2 ปีครับ ก็รอบ้านเสร็จด้วยแต่ก็อยากให้เร็วที่สุดครับ 

 

เรามั่นใจว่าเราทำได้เรื่องลูก?

ตูน : เราไปตรวจมา
ก้อย : เราวางแผนไปตรวจมา แต่ว่าเราอยากจะใช้วิธีธรรมชาติ

 

อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย?

ก้อย : ชายหญิงได้หมดไม่ซีเรียสเลยค่ะ
ตูน อยากมีมากกว่าหนึ่งครับ แล้วก็ด้วยก้อนด้วย บางทีอายุ 37 ปีหน้า คนต่อไป 38 39 เราก็อยากมีแฝด มันอาจจะเป็นข้อดีสำหรับครอบครัวเรา
ก้อย คือเราแพลนไว้ค่ะ แต่ว่าเราจะใช้ความสามารถของเราก่อน

 

ธีมงานตอนเย็น

ตูน : บอกได้เลยว่าเดือดมากครับ เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่สนับสนุน มันทำให้เรารู้ว่ามันเล็กม่ได้ เหมือนเป็วันที่ขอบคุณเขา ผมเลยอยากจจะจัดปาร์ตี้เพื่อให้เราได้มาเจอกัน แทนคำขอบคุณเพื่อให้เขามีความสุข วันนี้เป๊กมาหรือเปล่านะ (หัวเราะ) 
ก้อย : แต่ว่าน้าเน็คบอกว่าเป๊กวงซีลทำไว้เท่าไหร่ น้าเน็คจะทำมากกว่านั้นนะคะ (หัวเราะ) 

 

แพลนฮันนีมูนที่ไหนยังไง?

ก้อย : พี่ตูนมีแพลนวิ่งมาราธอนต่อ แต่ก้อยคงไม่ได้วิ่งด้วย แต่ก็มีหน้าที่ซับพอร์ทเหมือนเดิม

 

 

 

อยากบอกอะไรกันไหม?

ตูน : วันนี้สำหรับผมมันเกินจริงมาก ไม่คิดว่าจะมีภาพแบบนี้แม้กระทั่งงานตอนเช้า ผมไม่คิดว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพนั่งอวยพรอะไรก็แล้วแต่ ภาพวันนี้มันสวยงามมาก มันทำให้ผมมมีความสุขมากๆ และก็อยากขอบคุณเพราะมันคือความสุขมากๆ
ก้อย : จริงๆ คล้ายๆ กันนะคะ คือก่อนที่จะเริ่มต้นวันนี้เราก็ได้รับคำอวยพรจากผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ทุกคนก็พูดเหมือนกันว่า ต่อจากนี้ไป ให้นึกถึงวันแรกที่เราเจอกัน ให้นึกถึงวันแรกที่เราตกหลุมรักกัน ในวันที่เรามีปัญหา เพราะว่าเราผ่านอะไรกันมาเยอะมาก คือไม่ว่าจะร้ายหรือดีหรือจะเจออะไรก็ตาม พี่ตูนก็ไม่เคยไปไหน คำพูดของพี่ตูนการกระทำของพี่ตูนที่พี่ตูนให้ก้อยคือ มันทำให้ก้อยมีแรงเดินต่อไปในทุกๆ วัน (ร้องไห้) จริงๆ คือชีวิตคู่ของเราผ่านเรื่องราวทุกอย่างมาด้วยกัน ชีวิตคู่ของเราเหมือนการวิ่งมาราธอนเหมือนกันนะคะ เพราะระหว่างทางเราต้องผ่านทั้งการฝึกซ้อมการอดทน ทางจะยากลำบากเราจะบาดเจ็บจะเป็นอะไรไหม พอสุดท้ายเราเดินไปถึงเส้นชัยแล้วมันสวยงามเสมอ ในวันนี้เหมือนเราเดินถึงเส้นชัย แต่มันคือการเริ่มต้นใหม่ๆ ในชีวิต

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

 

ครบครันเรื่องบันเทิง อ่านก่อน รู้ก่อน บนแอปพลิเคชัน ทรูไอดี ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!

 

ข่าวบันเทิงที่เกี่ยวข้อง