เรื่องย่อละคร เจ้าบ้านเจ้าเรือน

เรื่องย่อละคร เจ้าบ้านเจ้าเรือน
fluker_tvs
16 กุมภาพันธ์ 2559 ( 17:22 )
29K

เจ้าบ้านเจ้าเรือน

ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.

ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มี.ค. 2559

ตัวอย่างละคร

ณ คฤหาสน์หลังโตแห่งหนึ่ง แพรขาว หญิงสาวสวยเรียบๆ แต่เก๋กำลังจูงลูกน้อย เพ็ญชมพู หรือ ชมพู เด็กหญิงวัย ๕ ขวบ พร้อมกระเป๋าใบโตเพื่อออกไปจากชีวิตที่นั่น โดยมีคุณนายแถบทิพย์ แม่สามี เขมินี พี่สาวสามี พัสกร สามีของเธอ และ ดิว ภรรยาใหม่ วัย ๑๖ ที่กำลังอุ้ม เด็กชายท๊อป ทารกน้อยเพศชาย ยืนแอบมองการจากไปของเธอจากช่องต่างๆ ของคฤหาสน์ระหว่างขับรถมุ่งหน้าไปด้วยความโกรธและเสียใจ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอก็ปรากฏในห้วงความคิด แพรวขาวยังจดจำวันเวลาแสนดีครั้งเรียนมหาวิทยาลัย ที่พัสกร หนุ่มหล่อ รวย บอกกับใครๆ ว่า ที่เขาเรียนจบได้เพราะมีแพรขาวคอยเป็นกำลังใจและคอยชี้นำแนวทางชีวิตให้ เธอยังจำได้ในวันที่พัสกรไปช่วยแม่ของเธอทำอาหารเตรียมไปขายที่โรงเรียนใกล้ๆ ภาพคืนวันแห่งความสุขที่เธอแต่งงานกับเขา มีลูกสาวให้เขา จนกระทั่งภาพที่เขาพาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มทารกน้อยเข้ามาและแนะนำกับเธอว่า นี่คือ ดิว ภรรยาอีกคนของเขาที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับเธอ โดยมีคุณนายแถบทิพย์สนับสนุนเพราะเห่อหลานชายเมื่อแพรขาวขับรถมาถึงบ้านเช่าริมคลองบางกรวย ก็เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ นลิน เพื่อนรุ่นน้องจากที่ทำงาน เจ้าของบ้านเช่ามารอต้อนรับอยู่แล้ว นลินพาเธอไปรู้จักกับ เกสร ผู้เป็นยาย และสมพรผู้เป็นแม่ บ้านเช่าของเธอเป็นเรือนหลังเล็กแยกออกมาอยู่ริมคลอง ใกล้ๆ กันนั้นมีเรือนไทยเล็ก ๆ คล้ายศาลพระภูมิอยู่ด้วย หนูชมพูสามารถติดต่อกับ ไรวินท์ เจ้าบ้านเจ้าเรือนวิญญาณหนุ่มหล่อชวนฝันที่อาศัยในเรือนไทยหลังเล็กนั้นได้ แพรขาวสังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของลูกสาว แต่ทั้งหมดนั้นรวมทั้งไรวินท์ก็ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกจับจ้องจากสายตาของ สีนวล ผีอีกตนหนึ่งที่แอบซ่อนอยู่ในเรือนหลังใหญ่ในคืนแรกของการเข้ามาพักในบ้านเหลังใหม่ หลังจากกล่อมลูกน้อยจนหลับแล้ว แพรขาวถูกผีตายโหงจากฝั่งตรงข้ามคลอง หลอกให้ออกไปนอกบ้าน หวังจะให้เธอกลายเป็นตัวตายตัวแทน แต่ ไรวินท์เข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันเวลา แพรขาวรู้สึกตัวอีกทีบนที่นอน เธอจึงไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความฝันหรือความจริงแพรขาวพยายามใช้ชีวิตแม่หม้ายผู้เข้มแข็งในยามกลางวัน เธอไปทำงาน โดยฝากชมพูไว้กับคุณยายเกสรและป้าสมพร เจ้าของบ้าน ที่ดูแลชมพูเป็นอย่างดี ส่วนตอนเย็น ๆ และกลางคืนเธอก็พยายามทำงานโน้นนี่เพื่อไม่ให้คิดมาก ในคืนหนึ่งระหว่างที่เธอกำลังเคลิ้มหลับ จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงไวโอลีนดังแว่วหวานมาแต่ไกล ในภวังค์นั้น เธอเห็น ไรวินท์ กำลังยืนสีไวโอลีนเป็นภาพลางๆ เมื่อเธอพยายามเพ่งมองเต็มตา จู่ๆ ไรวินท์ก็หยุดเล่น แล้วเรียกเธอว่า แพรวขาว ตื่น ลูกอยู่ไหน! มีแท้เขามาเตือนแพรขาวให้ไปช่วยชีวิตชมพู เพราะชมพูกำลังถูกผีร้ายสะกดให้ลงไปเล่นที่คลองนั่นเองเมื่อนลินรู้เรื่อง จึงพาแพรขาวไปปรึกษายายเกสร และป้าสมพร คุณยายเกสรบอกแพรขาวว่าไม่ต้องกลัว ตราบใดที่อยู่ในบริเวณบ้านหลังนี้ จะไม่มีอันตรายใดใด เพราะมี “เจ้าบ้าน” คอยคุ้มครองอยู่ และบอกความจริงว่าผีที่แพรขาวเห็นอาจเป็นผีที่เกิดจากอุบัติเหตุเรือคว่ำ เมื่อหลายปีก่อนลุงบุญ เจ้าของร้านขายกาแฟโบราณและหนังสือพิมพ์ในหมู่บ้าน พา ลลิต หนุ่มใหญ่นักธุรกิจที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้าน และเป็นเจ้าของที่รายใหม่ของร้านอาหารฝั่งตรงข้ามที่มีเหล่าผีตายโหงออกอาละวาด มาแนะนำตัวกับทุกคนในบ้าน เขาบอกว่าเขากำลังจะปรับปรุงที่ดินตรงนั้นให้เป็นสปาระดับสูง...ลลิตเกิดความสนใจในตัวแพรขาวจึงเชิญชวนให้แพรขาวไปช่วยทำงานพิเศษ เป็นพนักงานต้อนรับในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์..แพรขาวกำลังต้องใช้เงินมากจึงตกปากรับคำไรวิทน์ เข้ามาเตือน แพรขาวในความฝัน ว่าให้ระวังตัวให้ดี แต่พูดอะไรไม่ได้มากเพราะเกินหน้าที่ของตน ในตอนนี้ แพรขาวเริ่มไม่กลัวไรวินท์แล้ว จึงทำให้ไรวินท์สามารถติดต่อกับแพรวขาวได้บ่อยขึ้น ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวเธอจะได้ยินเสียงไวโอลีนดังแว่วมาก่อนเสมอ...แพรขาวรู้สึกว่าไรวินท์เป็นผู้ช่วยชีวิตเธอและลูกน้อยจึงอยากรู้จักเขา เธอขอร้องให้เขาเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟังเผื่อเธอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง แต่ในระยะแรก ๆ ไรวินท์ก็แทบไม่บอกอะไรมาก...ในระหว่างนั้น เขมินี โทรศัพท์มาเกลี่ยกล่อมให้แพรขาวกลับบ้าน แต่แพรวขาวปฏิเสธ เขมินีอ้างว่าตนและคุณนายแถบทิพย์เป็นห่วงหลาน ขอให้ย้ายไปอยู่คอนโด ดีกว่ามาอยู่บ้านเช่าราคาถูก แพรขาวยังปฏิเสธ ต่อมา พัสกร บุกมาถึงที่บ้าน แรก ๆ ก็ทำท่าจะพูดคุยด้วยดี แต่เมื่อแพรขาวปฏิเสธอีก พัสกร ซึ่งมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองอยู่แล้วก็ใช้กำลังกับแพรขาว และพยายามจะนำตัวชมพูกลับไป แต่ ไรวินท์ เจ้าเรือนก็เข้ามาช่วยไว้อีกครั้ง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าผีสีนวลก็ออกมาช่วยชมพูด้วย แพรขาวและคนในบ้านต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้พัสกรเข้ามาในบ้านได้อีกเมื่อ ลลิตสปา ใกล้เปิด ลลิตมาที่บ้านเช่า และเชิญให้แพรขาวไปพบที่สปาในวันรุ่งขึ้น ในคืนนั้นไรวินท์ออกมาเตือนแพรขาวอีกครั้ง และเตือนว่าก่อนไปทำงานให้นำดอกกุหลาบขาวที่ตนวางไว้ให้แซมผมไปด้วย แม้แพรขาวไม่เข้าใจแต่ก็ทำตาม เมื่อไปถึงสปาหลังจากดูงานสักพัก ลลิตก็เชิญแพรขาวเข้าไปที่ห้องทำงานของตน เขานำลูกปัดโบราณออกมาให้แพรขาวดู พยายามสะกดจิตแพรขาวให้ยอมเป็นของตนด้วยพลังของสร้อยลูกปัดโบราณ ด้วยพลังของดอกกุหลาบขาวของไรวิทน์ แพรขาวจึงหนีรอดมาได้เมื่อมีเรื่องอะไร แพรขาว ก็จะพูดคุยกับไรวินท์ราวกับเป็นญาติเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่เหลืออยู่ เช่นเดียวกับชมพูที่รัก “คุณยุง(คุณลุง)” หรือ ไรวินท์เป็นอย่างมาก แพรขาวรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเขา และเมื่อเธอออกไปทำงานนอกบ้าน เธอก็มักจะฝากฝังลูกน้อยไว้กับเขาด้วย แพรขาวเริ่มสงสัยว่าทำไมไรวินท์ต้องกลายเป็นเจ้าเรือนอยู่ที่นี่ ทำไมไม่ไปเกิด เธอจึงขอร้องให้ไรวินท์เล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้เธอฟัง ทั้งคู่ไม่รู้ตัวเลยว่า คนที่ต่างมีบาดแผลในใจได้มาพูดคุยช่วยเหลือกันเช่นนี้ ได้ทำให้มิตรภาพที่งดงามค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของคนทั้งสองอยู่เงียบ ๆไรวินท์เริ่มเล่าประวัติชีวิตของตนตั้งแต่ การพบกันของ แรม บิดาและวารี มารดาของตน ครั้งนั้นพ่อของเขาเป็นนักเรียนกฎหมาย มารับจ้างสอนหนังสือให้ น้าเล็ก น้องชายพิการ ของแม่.. วารี หญิงสาวผู้ที่ไม่มีความสวยมากยาย แต่มีกิริยามารยาทเรียบร้อย แอบชอบแรมอยู่แล้วจึงทำทีมาดูแลครูของน้องชาย แรมเป็นคนเจ้าชู้จึงลอบส่งกลอนจีบวารี จนทั้งสองรักกัน ต่อมาวารีได้รับมรดกเกือบทั้งหมดจากผู้เป็นพ่อแม่ เพราะเป็นคนอยู่ดูแลพ่อกับแม่และน้องชายพิการ ยังไม่ออกเรือนเหมือนพี่สาวและน้องสาว วารีนัดแนะให้แรมมาสู่ขอ หลังจากพ่อของวารีตาย วารีกับคุณแรมจึงได้แต่งงานกัน ต่อมา น้าน้อย หรือ วีณา น้องสาวของแม่ผู้มีรูปโฉมสวยงาม แต่งกายทันสมัยก็กลับมาอยู่บ้านเพราะมีปัญหากับสามี เมื่อกลับมาอยู่บ้านน้าน้อยกับแรมก็มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เพราะแรมหลงในรูปโฉมอันสวยงามของน้าน้อยเป็นอย่างมาก จึงทำเรื่องย้ายไปราชการที่กำแพงเพชรกับน้าน้อย และทิ้งวารีให้ต้องอยู่กับลูกชายที่บ้านตามลำพังไรวินทร์ในวัยเด็กโกรธและเกลียดพ่อมากที่เป็นคนเจ้าชู้และทำร้ายจิตใจแม่ของตน เมื่อนานๆ ครั้งพ่อกลับมาที่เรือน เขาก็แผลงฤทธิ์เพราะถือตัวว่าเป็นหลานคนโปรดของยายและน้าเล็ก เมื่อพ่อจะดุด่าอบรมสั่งสอนก็ร้องไห้ ฟ้องยายกับน้าเล็ก จนพ่อต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ และออกไปอยู่ต่างจังหวัด แรมเติบโตทางราชการในตำแหน่งต่างๆ เรื่อยมาไม่ว่าจะเป็นปลัดอำเภอ นายอำเภอ แต่ก็ไม่สามารถย้ายกลับมาพระนครตามความต้องการของน้าน้อยได้ ผู้เป็นยายโกรธลูกสาวคนเล็กมากจึงยกมรดกส่วนของน้าน้อยให้วารีทั้งหมด น้าเล็กผู้พิการก็รักหลานมากจึงสอนวิธีการสีไวโอลีนให้แก่หลานชายสุดกำลัง ก่อนตายก็ยังยกมรดกส่วนของตนให้ต่อมาเมื่อน้าน้อยเบื่อการใช้ชีวิตต่างจังหวัด จึงบังคับให้แรมกลับมาอยู่เรือนในกรุงเทพ ฯ แรมลาออกจากราชการมาอยู่สำนักทนายความกับเพื่อน เขาขอเข้ามาอยู่ที่เรือนใหญ่ แต่ ไรวินท์ซึ่งตอนนี้โตเป็นหนุ่มประกาศกร้าวว่าให้พ่อของตนคนเดียวมาอยู่ได้ นอกนั้นไม่อนุญาต หลังมีปากเสียงกัน เขาก็ขายบ้านหลังนั้นทิ้ง สร้างความโกรธให้ทั้งแรมและน้าน้อย เมื่อรายได้ไม่มั่นคงเพราะสำนักงานทนายความเริ่มมีงานน้อยลง แรมเริ่มกลุ้มใจหันไปดื่มเหล้า ต่อมาเจ้านายของแรมเสียชีวิต ทำให้แรมกลายเป็นคนตกงานตอนอายุประมาณ ๕๐ น้าน้อยจึงทิ้งแรม กลับไปอยู่กับพี่สาวคนโตยังไม่ทันจะรู้ว่าทำไมเขาต้องกลายเป็นวิญญาณสิงอยู่ในเรือนหลังนี้ ก็เช้าเสียก่อน แพรขาวเริ่มไปทำงานพิเศษที่ลลิตสปาวันแรก ชมพูวิ่งเอาดอกกุหลาบสีขาวมาให้บอกว่าไรวินท์ฝากมา เธอก็รับไว้โดยดี งานที่สปาหนักเพราะลูกค้าจากเอเชียเยอะมาก เกือบทั้งหมดเป็นแขกผู้ชาย แพรขาวได้รู้จัก ปี หน้าหน้าพนักงานสปา สาวใหญ่ร่างอวบที่เผลอให้ข้อมูลว่า ลิลิตมักจะร้อยพนักงานสาวๆ ไว้ใช้ เพื่อไม่ให้ไปไหน เขามักจะดุด่าอย่างโหดร้ายกับพนักงานบางคน โดยเฉพาะ ต๊อก เด็กหนุ่มร่างผอม ผิวดำ หัวกระเซิงชอบทำตาขวาง พูดน้อย ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบการทำสวน ต๊อกนี่เองที่ต่อมา ลิลิตได้มอบหมายให้พายเรือข้ามฟากไปรับ-ส่งแพรขาว แทนที่เธอจะต้องขับรถอ้อมมาทำงาน ซึ่งแพรวาก็มักมีน้ำใจกับต๊อกด้วยการนำเสื้อผ้าและอาหารมาฝากต๊อกเสมอ เมื่อมีโอกาสลิลิตมักจะเรียกแพรขาวเข้าไปในที่ทำงานและพยายามใช้สร้อยลูกปัดโบราณสะกดจิตแพรขาว แต่ด้วยอานุภาพของดอกกุหลาบขาวของไรวินท์ก็ทำให้เธอรอดพ้นมาได้ทุกครั้ง ยิ่งทำให้ลิลิตอยากครอบครองตัวแพรขาวมากขึ้นในตอนรุ่งสาง ไรวินทร์ก็มาพบเธอและพูดคุยกัน แพรขาวสอบถามเรื่องของเขากับครอบครัว ทำให้รู้ว่า ไรวินท์เรียนจบรัฐศาสตร์เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เขามีสองบุคลิกภาพ ต่อหน้าแม่เขาเป็นลูกที่ดีสุภาพ ไม่เจ้าชู้ เพราะตั้งใจอย่างแน่วแน่กับตนเองว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีก หากแม่ต้องการสิ่งใดเขาก็จะทำให้เพื่อชดเชยความรักจากพ่อ แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนเจ้าชู้มาก ต่อมาเมื่อแม่ของเขาขอร้องให้แต่งงานกับ สีนวล ซึ่งเป็นคนไม่สวย แต่กิริยามารยาทเรียบร้อย และรวยมาก ไม่มีปากมีเสียง ลูกสาวคนสุดท้องของขุนนางชั้น พระยาที่ไรวิทน์เคยขายบ้านให้ ไรวินท์ก็รับคำโดยง่าย ทั้งๆ ที่ขณะนั้นเขาแอบมีภรรยาอยู่แล้วไรวินท์ไปตามหาพ่อของตน ที่บ้านเช่าซอมซ่อ และเริ่มฟื้นความสัมพันธ์กัน ทั้งคู่ต่างเข้าใจสัญชาตญาณความเป็นชายซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี แรมค่อย ๆ ชวนให้ไรวินน์คิดถึงความต้องการเสพสิ่งสวยงามจากผู้หญิง แม้จะยอมรับว่าวารีเป็นผู้หญิงดี เป็นภรรยาที่ดี แต่ความรักมันงอกงามไม่ได้ หากผู้หญิงขาดความสวย ไรวินท์ถามว่าพ่อเสียใจไหมที่ในที่สุดน้าน้อยก็ไม่ได้รักพ่ออย่างที่แม่รัก แรมกลับตอบว่าไม่ เพราะอย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่งเขาก็ได้ครอบครองคนที่ตนรักแพรขาวโมโหแทนคนเป็นภรรยาหลวง เลยขัดคอ และขอตัวไปทำงาน ที่ลิลิตสปา วันนั้นเองที่เธอได้พบกับ มาตา หญิงสาวผิวสีแทนผู้สวมชุดผ้าบาติคสีสวยใส แนวเซ็กซี่ ภรรยาเศรษฐีฝรั่งแต่ตอนนี้สามีอยู่ต่างประเทศ เธอมาเป็นแขกของร้าน เธอโวยวายที่ไม่ได้คิวนวดตัว โดยอ้างว่าโทรมาแล้ว แพรขาวตรวจสอบแล้วก็ไม่พบการจอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจารุวรรณ พนักงานต้อนรับที่มาทำงานในวันธรรมดาลืมหรือเปล่า แพรขาวพยายามแก้ปัญหาอยู่นานก็ไม่สำเร็จ มาตาโวยวายลั่นสปา จนลลิตต้องมามารับหน้าและเชิญมาตาเข้าไปในห้องทำงานและสวมสร้อยลูกปัดโบราณให้ แล้วหลังจากนั้นมาตาก็แสดงตัวว่าเป็นภรรยาของลลิตอย่างออกหน้าออกตา มาตามักจะฉุนเฉียวกับพนักงานสปาโดยเฉพาะพนักงานผู้หญิงสวยๆ อย่างแพรขาว เพื่อกันไม่ให้เข้าใกล้ลลิต แต่ถึงอย่างนั้นลลิตก็ยังหาทางร้อยพนักงานสาวๆ บางคนไว้ใช้จนได้วันหนึ่งสาโรจน์ ทนายของคุณนายแถบทิพย์มาขอพบแพรขาว เพื่อแจ้งว่าพัสกรยินดีจะหย่ากับแพรขาว โดยจะมอบเงินค่าเลี้ยงดูให้แต่ขอให้ลูกไปอยู่กับครอบครัวสามี แพรขาวปฏิเสธและเล่าความจริงเรื่องพัสกรมีภรรยาน้อยและมีลูกชายอีกคน เธอยืนยันว่าไม่ต้องการเงินทองอะไร ขอแค่ให้ลูกอยู่กับตนเท่านั้น สาโรจน์ตกใจที่ได้รู้ความจริงอีกด้าน และเริ่มเห็นใจแพรขาวมากขึ้นในคืนนั้น ไรวินท์มาพบแพรขาว และเล่ากึ่งสารภาพถึงผู้หญิงอีกสามคนที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยก่อนที่จะแต่งงานกับสีนวล คนแรกชื่อบัวน้อย สาวน้อยวัยสิบหก ลูกสาวภารโรงกระทรวงมหาดไทย เขาไปหาบ้านเช่าอย่างดีให้บัวน้อยอยู่ คนที่สองชื่อ รำไพ น้องสาวคนรองของ สนอง เพื่อนสมัยเรียนของไรวินท์ เธอมีปัญหากับพี่สะใภ้เลยพาน้อง ๆ มาขอความช่วยเหลือจากไรวินท์ ไรวินท์ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี เขาให้ทุนเธอไปเรียนพิมพ์ดีด แล้วมาทำงานในกระทรวงเดียวกับเขา จนทั้งสองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง คนที่สามชื่อ สุดสวาท ลูกสาวของหลวงไผทก้าวหน้า ปลัดมหาดไทย หัวหน้าของไรวินท์ เขาจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ สุดสวาทเป็นคนหัวสูง ไม่สวยมาก แต่แต่งตัววางท่าเก่ง มีการศึกษาดี ไรวินท์ยังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสุดสวาทแต่ก็คบไว้เพราะเกรงบารมีของบิดาของเธอทั้งสามคนต่างหลงรัก ไรวินท์ แม้เขาแต่งงานกับสีนวลแล้ว เขาก็ยังจัดสรรเวลาเพื่อไปหาผู้หญิงอีกสามคนเสมอ ในขณะที่เขาแยกห้องนอนกับสีนวล และวันๆ แทบไม่เคยคุยกันเลย สีนวลเริ่มรู้สึกเปล่าเปลี่ยวมากขึ้น ยิ่งนิสัยไม่พูดเก็บทุกอย่างไว้ในใจด้วย เธอก็ยิ่งเหี่ยวเฉาลงเรื่อยๆวันหนึ่งสาโรจน์มาพบแพรขาวหลังเลิกงาน เพื่อขอเจรจาให้แพรขาวอนุญาตให้ชมพูไปพบกับคุณย่าหรือคุณนายแถบทิพย์ได้บ้าง หลังจากเกลี่ยกล่อมอยู่นานแพรขาวก็ตกลง แพรขาวนำเรื่องมาปรึกษาไรวินท์ เธอชวนเขาไปด้วย แต่ไรวินท์บอกว่าเขาไปจากที่นี่ไม่ได้ เธอขอให้เขาเล่าเรื่องของเขาต่อ เพื่อจะได้หาสาเหตุว่าทำไมเขาจึงต้องติดอยู่ที่นี่ไรวินท์เล่าถึงเหตุการณ์แม่อยากได้หลาน เขาจึงจำใจมีลูกกับสีนวล จนเมื่อสีนวลตั้งท้อง วันหนึ่งสุดสวาท มาขอร้องเขาให้ไปเซ็นชื่อเป็นพยานในการจัดทำพินัยกรรมของคุณพ่อเธอที่เป็นเจ้านายเก่าไรวินทร์ เพื่อยกสมบัติทั้งหมดให้เธอกับแม่เพราะเธอเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากพ่อของเธอล้มป่วยเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ แต่เมื่อไรวินท์ได้อยู่ลำพังกับคุณหลวงพิทักษ์ไผท เขาก็พบว่าคุณหลวงไม่ได้ต้องการมอบมรดกทั้งหมดให้แก่สุดสวาท แต่ได้เอ่ยชื่อ มาลาตี บุตรีที่เกิดจากนางมะลิ ภรรยาน้อยอีกคนหนึ่ง ต่อมามาลาตีไปขอพบไรวินท์ที่ทำงานเพื่อขอร้องไม่ให้ไรวินท์เป็นพยานให้สุดสวาท เธออ้างว่าเธอมีจดหมายลายมือของหลวงพิทักษ์ไผทที่ต้องการมอบทรัพย์สมบัติให้แก่เธอและแม่ไรวินท์รู้สึกหลงรักมาลาตีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขาต้องทำตัวเป็นสายสืบโดยมาพบสุดสวาทเพื่อสืบถามความคืบหน้าในคดี ในระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด มาลาตีก็พยายามยั่วยวนไรวินท์แต่ก็ไม่ยอมมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งแล้ววันที่แพรขาวกับชมพูไปพบกับคุณนายแถบทิพย์และเขมินีก็มาถึง สาโรจน์จัดการให้พบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่มีการพูดถึงพัสกร คุณนายแถบทิพย์ขอร้องให้ชมพูไปค้างที่บ้านเธอสักคืน โดยไม่คิดต่อรองอะไร แพรขาวอึดอัดแต่ก็ยอม วันรุ่งขึ้น ประไพสาวใช้ที่เคยเลี้ยงชมพูมา ตามมาส่งด้วย จึงมีโอกาสพูดคุยกับแพรขาว ประไพเล่าว่าเกิดเรื่องไม่งามเกี่ยวกับน้องท๊อปลูกของดิว เพราะยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งไม่เหมือนทางฝั่งพัสกรเลย ในเย็นวันนั้นสาโรจน์มาพบกับแพรขาวและเล่าเรื่องราวต่อไปว่า เขมินีเป็นคนต้นคิดให้พาน้องท๊อปไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นลูกของพัสกรจริงหรือไม่ ดิวไม่ยอมท่าเดียว ขู่ว่าถ้าไปตรวจจะหอบลูกหนีไป แต่สุดท้ายเขมินีก็พาน้องท๊อปไปตรวจจนได้ ผลออกมาคือน้องท๊อปไม่ใช่ลูกของพัสกร ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตพัสกรโทษแม่กับพี่สาวที่ยุ่งวุ่นวายเป็นตัวการทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต ดิวหอบลูกหนีออกจากบ้านไปในวันหนึ่ง พัสกรก็ออกตามล่าดิวไปทั่ว แพรขาวฟังแล้วก็รู้สึกสลดใจในคืนนั้น ไรวินท์แนะนำให้แพรขาวลองมองสาโรจน์ดีๆ เขาอาจเป็นคู่ชีวิตของแพรขาวได้ แพรขาวปฏิเสธเพราะเธอยังรู้สึกเข็ดกับชีวิตแต่งงาน เธอขอให้ไรวินทร์เล่าเรื่องราวของเขาต่อ ไรวินท์เล่าว่า ต่อมาพ่อของเขาเริ่มป่วยเป็นโรคตับ เนื่องจากดื่มสุรามาก เขาจึงนำพ่อไปฝากไว้กับบัวน้อย เมียคนนึงของตน แต่เมื่อเขาติดพันอยู่กับมาลาตี เขาจึงมีเวลาไปพบบัวน้อยลดลงและลืมให้เงินทองไว้ใช้เป็นเวลานานๆ ในที่สุดบัวน้อยและครอบครัวก็ตัดสินใจแต่งงานไปกับคนอื่น แล้วทิ้งแรมพ่อของไรวินท์ไว้ในบ้านเพียงลำพัง โชคดีที่เพื่อนบ้านมาเห็น เมื่อไรวินท์รู้ข่าวก็มารับพ่อไปส่งโรงพยาบาล และขอให้รำไพเมียอีกคน ไปเฝ้าไข้คอยดูแลพ่อของตน ในระหว่างเฝ้าไข้รำไพได้รู้จักกับแม่ชีคนหนึ่ง ที่ค่อย ๆ ชี้ทางสว่างแก่รำไพให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่มีต่อไรวินท์ วันหนึ่งวารี(แม่ไรวินทร์)และสีนวลซึ่งกำลังตั้งท้องมาเยี่ยมแรมที่โรงพยาบาลเพื่อมาอโหสิกรรม จึงพบกับรำไพ วารีต่อว่ารำไพอย่างรุนแรง รำไพรู้สึกอับอาย เมื่อแรมเสียชีวิต รำไพจึงหนีออกไปจากชีวิตไรวินท์ตามคำแนะนำของแม่ชีแต่ยังไม่ขออโหสิกรรมให้ศาลตัดสินให้มาลาตีแพ้คดี เธอจึงวางแผนผูกมัดไรวินท์ และเริ่มแสดงบทบาทภรรยาของไรวินท์อย่างออกหน้าออกตาส่งผลให้วารีและสีนวลไม่พอใจอย่างมาก สีนวลเริ่มแสดงอาการหึงอย่างชัดเจน แต่ไรวินท์ก็ลุ่มหลงมาลาตีเกินกว่าหักห้ามใจ จนหลายครั้งก็ทำร้ายจิตใจสีนวลไปแบบไม่ใยดีเลยหลังเลิกงานที่สปาคืนหนึ่ง ลลิตพยายามจะสะกดจิตแพรขาวอีกครั้ง ด้วยอิทธิฤทธิ์ของดอกกุหลาบขาวของไรวินท์ก็ทำให้เธอไม่ต้องมนต์เช่นเดิม แต่คราวนี้ลลิตใช้กำลังจะข่มขืนเธอ ถึงกับเอาปืนจี้ขู่ แต่ต๊อกโผล่มาช่วย จนแพรขาวหนีออกมาได้ ต๊อกถูกยิงตายแต่แพรขาวไม่รู้ เพราะตอนที่เธอจะหนีข้ามคลอง ผีของต๊อกยังพายเรือมาส่งเธอจนถึงบ้าน โดยมีไรวินท์รอรับอยู่ นลิน เกสร และ สมพรตกใจที่เห็นสภาพกระเซอะกระเซิงรุ่งริ่งของแพรขาว นลินชวนให้แพรขาวไปแจ้งความ แต่เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ ลลิตกับมาตากลับมาแจ้งความก่อน ว่าแพรขาวและต๊อกจะเข้าไปชิงทรัพย์เขาจึงต้องยิงป้องกันตัวด้วยอิทธิพลของคุณนายแถบทิพย์ เมื่อรู้ว่าแพรขาวเป็นสะใภ้ของคุณนายแถบทิพย์ ตำรวจจึงลังเล แต่ขอให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป สาโรจน์ช่วยจัดการทุกอย่างและพาเธอไปรับชมพูที่บ้านคุณนายแถบทิพย์ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่า พัสกรกลับมาพร้อมกับจับดิว ที่กำลังทะเลาะตบตีกันอย่างวิกฤติขังในห้องของตน ดิวแย่งปืนจากพัสกรมาได้และยิงป้องกันตัว จนพัสกรเสียชีวิตในบ้านหลังนั้นคุณนายแถบทิพย์และเขมินีจึงขอร้องให้แพรขาวกลับมาดูแลบ้าน และขอให้เธอมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครับ เนื่องจากเขมินีจะออกไปเล่นการเมือง เมื่อพัสกรตายก็กลายเป็นผีเฝ้าหลอกหลอนคนที่บ้าน โดยเฉพาะแม่ของตน เพราะเขาคิดว่าแม่คือต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้เขาตาย คุณนายแถบทิพย์อยู่ไม่ได้ ต้องไปหาคอนโดใหม่อยู่ แต่ผีพัสกรก็ยังตามไปหลอกหลอน ชมพูบอกแม่ว่าไรวินทร์ช่วยได้ แต่แพรขาวรู้ว่าไรวินท์ออกมาจากเรือนหลังนั้นไม่ได้ เมื่อเธอไปเก็บของที่บ้านเช่าอีกครั้งจึงหวังว่าจะได้พบกับไรวินท์เป็นครั้งสุดท้าย และเธอจะต้องรู้สาเหตุที่เขาต้องติดอยู่ในเรือนแห่งนั้นให้ได้ไรวินน์เล่าถึงช่วงสงคราม มีการทิ้งระเบิดในพระนครบ่อยๆ ไรวินท์จัดการให้แม่กับสีนวลและลูกไปอยู่ที่อยุธยา โดยมีผู้ใหญ่แคล้ว ญาติห่างๆ คอยจัดการดูแลให้ ส่วนตนเองไปเช่าบ้านอยู่กับมาลาตีที่นนทบุรี ต่อมาวารีเสียชีวิตเนื่องจากโรคระบาด เขาไปจัดการงานศพ สีนวลพยายามคุยกับไรวินท์ว่าจะกลับไปอยู่กับเขา แต่ไรวินท์พยายามบ่ายเบี่ยง ในระหว่างที่กำลังมีปากเสียงกันนั้น ลูกสาววัย ๕ ขวบ ของไรวินท์และสีนวลได้จมน้ำเสียชีวิต ไรวินท์ขอเลิกกับสีนวลเพื่อไปอยู่กับมาลาตี โดยยกเรือนและสมบัติทั้งหมดให้สีนวล สีนวลเฝ้าอดทนและรอคอยให้ไรวินท์กลับมาหาเธอ ต่อมาไรวินท์ทราบข่าวการเสียชีวิตของสีนวล เขารู้สึกผิดต่อเธอมาก และเมื่อเขารู้ความจริงว่า ที่จริงมาลาตีหลอกใช้เขามาตลอดเรื่องการต่อสู้ในศาลเรื่องชิงมรดกของบิดาของเธอ เขาพบหลักฐานการปลอมลายมือจดหมายเรื่องพินัยกรรม และจดหมายที่มาลาตีเขียนในนามของเขาไปขอเงินขอสมบัติจากสีนวลคืนเรื่อยๆ จนเธอต้องตายอย่างคนสิ้นไร้ นอกจากนั้นยังปลอมลายมือของเขาไปกู้หนี้ยืมสินอีกมากมาย เขาแอบฟังนางมะลิกับมาลาตีคุยกันจนรู้ว่าที่นางมะลิออกจากบ้านทุกวันก็เพราะไปเล่นการพนันไรวินท์รู้สึกเหมือนคนเสียสติ เขาตัดสินใจลาออกจากราชการ กลับไปใช้ชีวิตบนเรือนที่สีนวลอยู่จนวาระสุดท้าย แต่เมื่อเขาตายไปเขากลับยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนี้ เฝ้าดูผู้คนมากมายที่พลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้ ส่วนมาลาตีได้สามีใหม่เป็นนักพนัน ผลาญจนเธอหมดตัว เธอผูกคอตายในที่สุด แพรขาวจึงได้ข้อสรุปว่าที่ไรวินท์ยังติดอยู่ที่เรือนนี้ อาจเพราะสีนวลยังไม่ให้อโหสิกรรมแก่เขาในคืนนั้น ลลิตกับมาตา ลอบเข้ามาในเรือนไทย หวังจะจุดไฟเผาทุกคน เพื่อฆ่าแพรขาวปิดปากพยานในคดีของตน แต่โชคดีที่ไรวินท์มาปลุกแพรขาวและช่วยซ่อนแพรขาวไว้ได้ ในขณะที่เรือนใหญ่ก็ได้ยินเสียงปลุกจากสีนวล เธอสร้างควันบังตาพวกโจร จนกระทั่งลลิตตกน้ำเสียชีวิตไป ส่วนมาตาหลบหนีไปได้หลังหมดเรื่องคดี แพรขาวทำพิธีศพให้ต๊อก ผีต๊อกมาขอบใจแพรขาว แพรขาวขอให้ต๊อกช่วยบอกว่าตอนนี้สีนวลอยู่ที่ไหน เธอต้องการให้ไรวินท์ได้ขอขมาสีนวลและปลดปล่อยเขาไป เมื่อพบว่าสีนวลแอบอยู่ที่เรือนหลังใหญ่นั่นเองตลอดมาแต่ไม่มีใครรู้แม้แต่ไรวิทน์ สีนวลบอกว่าตนไม่ให้อภัยไรวินท์ เธอต้องการให้ไรวินท์อยู่กับเธอเช่นนี้ตลอดไป สีนวลเริ่มทำร้ายทุกคนโดยเฉพาะแพรขาวเพราะรู้ดีว่าผู้หญิงที่ไรวินท์รักตอนนี้คือแพรขาว และเธอได้เปิดเผยว่ารักชมพูมากอยากเอาชมพูไปอยู่ด้วย จึงจับชมพูลงไปในคลองเมื่อตอนแรกที่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ สีนวลทำร้ายแพรขาวด้วยการกดเธอให้จมน้ำ ไรวินท์ตั้งจิตแน่วแน่เพื่อปลดปล่อยทุกอย่าง และเขาก็สามารถหลุดพ้นออกไปจากเรือนไปช่วยชีวิตแพรขาวไว้ได้ด้วยความเชื่อมั่นของดวงจิตตัวเองนลิน แจ๊บ แฟนของนลิน เกสร สมพร(ครอบครัวเจ้าของบ้าน) ต่างหวาดกลัวผีสีนวล จึงพากันย้ายออกจากบ้าน และประกาศขายบ้านในเวลาต่อมา สาโรจน์เสนอว่าหากรื้อเรือนทั้งสองหลังแล้วแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง สีนวลก็จะไม่สามารถตามหาไรวินท์ได้ระหว่างนั้น ผีพัสกรก็ยังออกหลอกหลอนแม่ตนเองและคนในบ้านต่อไป ระหว่างที่พัสกรกำลังจะทำร้ายแพรขาว ไรวินท์ก็ปรากฏตัวขึ้นปกป้อง เขาแสดงภาพชีวิต และเหตุแห่งทุกข์ที่ผ่านมาให้พัสกรเห็น จนพัสกรละความอาฆาต พยาบาท ตาสว่าง และไม่มาหลอกหลอนแม่และคนในครอบครัวอีกเลยแพรขาวขอร้องให้สาโรจน์ช่วยเป็นธุระในการซื้อเรือนหลังเล็กที่ไรวินท์อยู่ แล้วนำไปสร้างเป็นศาลา ๒ หลัง ที่วัดป่าเล็ก ๆ ริมแม่น้ำลพบุรี ซึ่งเป็นวัดที่คุณนายแถบทิพย์เป็นโยมอุปัฏฐาก เธอให้คนทำป้ายชื่อที่ศาลาแห่งหนึ่งว่า “ศาลาไรวินท์” ไรวินท์มาลาเธอ เขาได้พบกับความสงบ และขอร้องให้เธอตั้งชื่อศาลาอีกหลังว่า “ศาลาสีนวล” และขอให้เธอทำบุญกรวดน้ำไปให้สีนวล เผื่อวันใดเธอหลุดพ้นจะได้มาพักที่ศาลาแห่งนั้นหลายเดือนต่อมา เมื่อแพรวขาวกลับไปที่วัดนั้นอีกครั้ง สีนวลปรากฏร่างให้แพรขาวเห็น และขอบใจแพรขาวที่จัดที่พักไว้ให้เธอที่นี่ ตอนนี้ทั้งเธอและไรวินท์ต่างอโหสิกรรมให้แก่กันและกันแล้ว สีนวลให้พรแก่แพรขาว ขอให้เธอลืมเรื่องราวระหว่างเธอกับไรวินท์และสีนวล ตราบเท่าที่ไม่มีใครเอ่ยถึงไรวินท์หรือสีนวลให้ได้ยิน เพื่อแพรขาวจะได้มีความสุขที่แท้จริงในชีวิตที่เหลืออยู่หลังจากคำกล่าวของสีนวล ชีวิตของแพรขาวก็เหมือนเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ต่อมาอีกสิบปีหลังการจากไปของพัสกร เธอแต่งงานใหม่กับสาโรจน์ เป็นพิธีเล็ก ๆ จนกระทั่งชมพูเติบโตขึ้น เรียนจบจากอังกฤษและแต่งงานไป จนมีหลาน ๆ ให้แพรขาว ได้ชื่นใจ หลังจากที่สาโรจน์เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ แพรขาวในวัยบั้นปลายก็แวะเวียนมาอยู่กับลูกหลานบ้าง จู่ๆ ชมพู ก็พูดถึงคุณลุงเจ้าบ้าน ขึ้นมา ทำให้ความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับไรวินท์กลับมาสู่แพรขาวอีกครั้งแพรขาวในวัยชราเดินทางไปที่วัดริมแม่น้ำลพบุรี เพื่อตามหาศาลาไรวินท์แต่กลับพบว่าศาลาทั้งสองหลังถูกรื้อไปเสียแล้ว มีคนมาสร้างศาลาหลังใหม่ใหญ่โตกว่าเดิม เธอกลับบ้านด้วยความระลึกถึงไรวินท์ในคืนนั้นเอง ไรวินท์ในร่างหนุ่มหล่อ มีรัศมีกระจ่างก็มาพบเธอ แพรขาวรู้สึกปีติที่ได้พบเขายามที่จิตใจ เธอรู้สึกหมดห่วงกับเรื่องลูกหลานและคนรอบข้าง จึงกำหนดจิตละสังขาร ร่างชราของแพรขาวกลายเป็นร่างทิพย์ที่งดงาม ไรวินท์มารับแพรขาวเพื่อเดินทางไปยังอีกดินแดนที่มีแสงส่องสว่างเปิดรอไว้
ชมทีวีออนไลน์แบบสดๆ ได้ที่นี่
ช่อง 3ช่อง 3 Familyช่อง 3 SDช่อง 3 HD

เรื่องย่อละครอื่นๆ