เรื่องย่อละคร บัลลังก์เมฆ

เรื่องย่อละคร บัลลังก์เมฆ
29 เมษายน 2558 ( 14:26 )
116.4K

บัลลังก์เมฆ

ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.20 น.

ทางช่อง ONE เริ่มตอนแรก 18 พฤษภาคม 2558 นี้

ตัวอย่างละคร

บัลลังก์เมฆ


ความรักก็เหมือนการกอด กอดเบาไปก็ไม่รู้สึก แต่ถ้ากอดแน่นไป ก็อึดอัดจนอยากจะดิ้นหนี


                  ปี พ.ศ 2500 นางคมขวัญ สมุทรเทวา ให้กำเนิดลูกสาว ปานรุ้ง สมุทรเทวา และเพราะปานรุ้งเป็นลูกสาวคนแรก ทำให้ คุณ พิรุณ สมุทรเทวา ผู้เป็นพ่อและเจ้าของกิจการ บริษัทสมุทรเทวาเดินเรือที่สืบทอดจากพระยาสมุทรเทวาผู้เป็นทวด รักและตามใจปานรุ้งมาก ทำให้ชีวิตวัยเด็กของปานรุ้งมีแต่ความสุข จนกระทั่ง ปี พ.ศ 2507 ปานรุ้งอายุ 7 ปี คุณคมขวัญตั้งท้องลูกอีกคน ปานรุ้งดีใจและ รอวันที่น้องจะคลอดด้วยความสุข แต่วันที่ เปี่ยมขวัญ คลอดกลับไม่ใช่วันแห่งความสุขอย่างที่ ปานรุ้งคิด เพราะเป็นวันเดียวกับที่คุณพิรุณประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต !

                  หลังจากคุณพิรุณเสียชีวิต ชีวิตของปานรุ้งเริ่มเปลี่ยนแปลง จากที่เคยมีใครๆเอาใจ ตอนนี้ปานรุ้งกลับไม่มีใครสนใจ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คุณคมขวัญส่งปานรุ้งอยู่โรงเรียนประจำ เพราะคุณคมขวัญต้องดูแลเปี่ยมขวัญที่มีร่างกายอ่อนแอ และยังต้องบริหารสมุทรเทวาเดินเรือต่อจาก สามี ซึ่งตอนนี้มีการขนส่งทางอากาศเป็นคู่แข่งสำคัญ ปานรุ้งมาอยู่โรงเรียนด้วยความรู้สึกอ้างว้างน้อยใจว่าแม่ไม่สนใจ แม่รักน้องมากกว่าตัวเอง แต่ปานรุ้งยังโชคดีที่ได้รู้จัก กติยา มนูญศักดิ์ ลูกสาวของ คุณหญิงดรุณี แม่ม่ายผู้ดีเก่า พ่อของกติเสียด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่กติยายังเด็ก กติยาถูกคุณหญิงดรุณีเลี้ยงดูด้วยความรัก ทำให้กติยาเป็นเด็กที่จิตใจดี มีความรักเผื่อแผ่ไปคนอื่น ดังนั้นกติยาจึงเป็นทั้งรูมเมทและเพื่อนสนิทของปานรุ้ง ในยามที่เพื่อนในห้องต่างไม่ชอบ ปานรุ้งเพราะปานรุ้งมีนิสัยเอาแต่ใจ พูดจาโผงผางไม่แคร์ความรู้สึกใคร ตรงกันข้ามกับกติยานั้น เป็นคนที่ใครๆก็รักเพราะมีน้ำใจและจิตใจดี เพื่อนๆจึงรุมแกล้งปานรุ้ง แม้ปานรุ้งจะแสดงความ เข้มแข็งไม่แยแส แต่สุดท้ายก็แอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว กติยาปลอบใจและรู้จุดอ่อนว่า “ปานรุ้งเป็นแค่คนแข็งนอกแต่อ่อนในเท่านั้น”

                  ด้านปานรุ้งนั้น…ส่วนนึงก็ชอบความจิตใจดีของกติยาแต่อีกใจก็หงุดหงิดเมื่อเห็นใครๆชื่นชมกติยา เพราะปานรุ้งเคยเป็นเด็กที่ทุกคนรุมเอาใจมาก่อน พอตอนนี้มีแต่คนสนใจกติยา ทำให้ปานรุ้งก็อดหมั่นไส้ กติยาไม่ได้ เหมือนที่ปานรุ้งอิจฉาน้องที่แย่งความรักจากแม่ จนกระทั่ง ปี พ.ศ 2516 ปานรุ้งอายุ 16 ปี กำลังเรียนจบชั้นมัธยมตอนต้น และจะเรียน ต่อในมัธยมตอนปลาย เป็นช่วงชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง !! เมื่อเปี่ยมขวัญเสียชีวิต และ ยังเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา สถานการณ์บ้านเมืองทำให้เศรษฐกิจสะดุด ทำให้สมุทรเทวามีปัญหาไปด้วย คุณคมขวัญหวั่นใจกับอนาคตของบริษัทสมุทรเทวา แต่ยังห่วงน้อยกว่าอนาคตของปานรุ้ง เพราะไม่รู้ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาดีอีกเมื่อไหร่ แล้วจะมีเงินซื้อโอกาสดีๆให้ปานรุ้งอีกนานแค่ไหน ดังนั้นคุณคมขวัญไม่รอช้า จัดการส่งปานรุ้งไปเรียนเมืองนอก

                  ส่วนปานรุ้งนั้นไม่รู้ว่าแม่ส่งตัวเองไปเรียนเป็นเพราะรัก แต่กลับคิดว่าแม่อยากส่งให้ไป ไกลๆ จะได้ไม่เป็นภาระ ปานรุ้งตัดสินใจว่าการไปเมืองนอกครั้งนี้ด้วยความรู้สึก “ประชดแม่” โดยคุณคมขวัญให้ปานรุ้งไปเรียนบริหารเพื่อกลับมาช่วยงาน แต่ปานรุ้งเปลี่ยนไปเรียน ดีไซน์เนอร์แทน “ในเมื่อนายแม่ไม่แคร์ความรู้สึกรุ้ง รุ้งก็ไม่จำเป็นต้องแคร์นายแม่ รุ้งจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของรุ้งเท่านั้น !” 10 ปีผ่านไป เข้าสู่ปี พ.ศ 2524 ยุคสมัยพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี เศรษฐกิจ กำลังเติบโต ปานรุ้งวัย 24 กลับจากเมืองนอกพร้อมปริญญาตรี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ เกื้อ รุประมาณ ลูกชายของ นายกอบ คนขับรถเก่าแก่ของคุณคมขวัญและ ยายปิ่น แม่ครัวของ บ้านสมุทรเทวา เจอกับปานรุ้ง เกื้อตกหลุมปานรุ้งทันที แต่เกื้อเก็บความรู้สึกไว้เพราะเจียมตัวเอง

                  เมื่อปานรุ้งกลับมา คมขวัญจะให้ปานรุ้งทำงาน แต่ปานรุ้งรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่ได้เรียน บริหารมาจึงบ่ายเบี่ยงว่าอยากพักก่อนและขอให้คุณคมขวัญจัดงานเลี้ยงต้อนรับ คุณคมขวัญ ให้น้อย เด็กรับใช้คนสนิทของปานรุ้งควบคุมจัดงาน และในวันงานเลี้ยงนั้นเอง ทำให้ปานรุ้งได้ พบกติยาอีกครั้ง และ เรือโทวาสุเทพ นทีพิทักษ์ คู่หมั้นของกติยา และเมื่อวาสุเทพเห็นความสดใสของปานรุ้ง ต่างจากกติยาที่เรียบร้อยจนน่าเบื่อ ทำให้วาสุเทพหลงรักปานรุ้ง

                  ปานรุ้งฟังคนในงานเลี้ยงต่างพูดชื่นชมว่ากติยาและวาสุเทพเป็นคู่รักที่เหมาะสมมากที่สุดทำให้ปานรุ้งแอบหมั่นไส้กติยาที่ยังมีคนชื่นชมไม่เปลี่ยนแปลง ปานรุ้งจึงเข้าไปคุยกับวาสุเทพ เพื่ออยากรู้ว่าผู้ชายของกติยาจะเพอร์เฟคสักแค่ไหน แต่พอปานรุ้งเห็นสายตาวาสุเทพ ก็รู้ได้ทันทีว่าวาสุเทพหลงเสน่ห์ตัวเองเข้าแล้ว ปานรุ้งนึกสนุกหว่านเสน่ห์ใส่วาสุเทพ เพราะอยากรู้ว่า กติยาจะมีดีพอรักษาวาสุเทพไว้ได้ไหม ปานรุ้งเริ่มติดต่อหาวาสุเทพและออกไปเที่ยวกับวาสุเทพบ่อยขึ้น ทำให้คนในสังคมเริ่ม เอาไปนินทาว่าวาสุเทพเลิกกับกติยามาคบกับปานรุ้งแทน กติยารู้ข่าวแต่กติยาไม่เชื่อว่าปานรุ้ง จะหักหลังตัวเอง จนกระทั่งวาสุเทพมาขอถอนหมั้น พร้อมกับบอกว่าตนกำลังจะหมั้นกับปานรุ้ง กติยาเสียใจมาก พลเรือเอกภัทร นทีพิทักษ์ และ คุณหญิงสุดใจ พ่อแม่ของ วาสุเทพโกรธวาสุเทพ คุณหญิงสุดใจยังอยากได้กติยาเป็นสะใภ้ ดังนั้นคุณหญิงจึงมาพูดให้กติยาลุกขึ้นมาสู้ แล้วทำให้วาสุเทพเห็นว่า วาสุเทพเลือกผู้หญิงผิด !

                  ดังนั้นในคืนวันหมั้นของปานรุ้งกับวาสุเทพ ในขณะที่ทุกคนกำลังฉลองให้กับปานรุ้ง และวาสุเทพ ทันใดนั้นกติยาที่แต่งตัวสวยเฉิดฉาย เดินเข้ามาหาในงาน วาสุเทพยังรู้สึกผิดจน ไม่กล้าสบตากติยา ตรงกันข้ามกับปานรุ้ง ไม่สะทกสะท้าน แถมยังพูดเชิญกติยาให้อยู่ร่วมฉลอง แต่กติยากลับสาดน้ำใส่ปานรุ้ง พร้อมด่า “ยังขาดความอบอุ่นเหมือนเดิม อยู่คนเดียวไม่ได้ จนต้องกระสันหาใครสักคนมา จนไม่สนใจว่าผู้ชายมีเจ้าของรึเปล่า !” ปานรุ้งจึงสวนกลับว่า“ผู้ชายไม่ใช่ตุ๊กตาที่ใครๆอวยเอามาให้เธอ แล้วเธอก็เป็น เจ้าของได้เหมือนตอนเด็กๆ แต่สำหรับผู้ชาย ..ใครเป็นเจ้าของเค้า เค้าเลือกเอง แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อผู้ชายเลือกฉัน” กติยาจะอาละวาดตบปานรุ้ง แต่โดน ชูนาม ดิเรกวิทยา เพลย์บอยหนุ่มนักเรียนนอก ที่มาเที่ยวในผับจับตัวกติยาออกไปเพื่อปกป้องปานรุ้ง ต่างจากวาสุเทพที่ไม่กล้าทำอะไร ทำให้ปานรุ้งประทับใจชูนามขึ้นมาทันที

                  ด้านชูนามหวังอยากได้ปานรุ้งอยู่แล้ว เพราะรู้เรื่องปานรุ้งจาก ร้อยกรอง ผู้เป็นแม่ นักพนันตัวยงสาธยายความรวยของปานรุ้งให้ชูนามฟังไว้มาก ถ้าชูนามได้ปานรุ้งก็สบายไปทั้งชาติ แต่ชูนามเข้าหาปานรุ้งไม่ได้ง่ายๆวาสุเทพและคุณคมขวัญคอยดูแลปานรุ้งไม่ห่าง แต่แล้วก็เหมือนโชคเข้าข้างชูนาม เมื่อกติยารู้เรื่องที่ชูนามอยากได้ปานรุ้ง กติยาสืบประวัติชูนาม จนรู้ว่าชูนามไม่ใช่ผู้ชายดี กติยาจึงยื่นมือช่วยชูนามให้ได้ปานรุ้ง ! โดยกติยาบอกชูนามว่าปานรุ้งเป็น “พวกขี้อิจฉา เห็นใครมีความสุข ต้องแย่งชิงความ สุขนั้นไป ดังนั้นให้ชูนามแกล้งควงกับกติยา เดี๋ยวปานรุ้งก็จะวิ่งเข้ามาหาชูนามเอง !! แล้วสิ่งที่กติยาคิดก็เป็นจริง …เมื่อปานรุ้งเห็นกติยาที่ตอนนี้แปลงโฉม สวยเซ็กซี่ควงมากับ ชูนาม ปานรุ้งรู้สึกเสียหน้าที่ผู้หญิงจืดชืดอย่างกติยากำลังขึ้นมาเทียบชั้นตัวเอง ปานรุ้งจึงเข้าหา และหว่านเสน่ห์ให้ชูนามกลับมาหลงตัวเองอีกครั้ง เกื้อนั้นไม่เห็นด้วยที่ปานรุ้งจะไปกับชูนาม จึงคอยเตือนปานรุ้ง แต่โดนปานรุ้งต่อว่ากลับว่า เกื้อเป็นแค่คนขับรถ ไม่ต้องมายุ่ง เกื้อทนเก็บความเจ็บปวดที่ต้องมองปานรุ้งพลอดรักกับผู้ชาย ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เกื้อไม่เคยตัดใจจากปานรุ้งได้สักที

                  เรื่องของปานรุ้งกับชูนามเข้าถึงหูคุณคมขวัญ ทำให้คุณคมขวัญเครียดเพราะตอนนี้ สมุทรเทวากำลังเจอบริษัทของ มิสเตอร์ เจสัน ที่หวังฮุบสมุทรเทวาเพราะหวังจะเป็นผู้นำ ด้านการขนส่งสินค้า โดยมิสเตอร์เจสันทำการตลาดเรียกลูกค้าโดยเสนอราคาตัดหน้า เพื่อดึง ลูกค้าของสมุทรเทวาไป เพื่อให้สมุทรเทวามีปัญหา แล้วเข้ามาซื้อหุ้นจากสมุทรเทวา โดยส่ง ศุภกิจ และ นพพรคู่หูฝ่ายกฏหมายของบริษัทมาเจรจา แต่คุณคมขวัญให้ ปริญญา เลขาคู่ใจ ปฏิเสธข้อเสนอทุกรูปแบบ แต่การโดนมิสเตอร์เจสันเอาลูกค้าไป ทำให้สมุทรเทวามีปัญหาด้านการเงินไม่น้อย คุณคมขวัญต้องการกู้ แต่ธนาคารเห็นสถานการณ์ของสมุทรเทวาไม่ดี จึงไม่มีใครปล่อยกู้ ดังนั้นคุณคมขวัญอยากให้ปานรุ้งแต่งงานกับวาสุเทพ เพราะความใหญ่โตในหน้าที่ของวาสุเทพ จะช่วยสมุทรเทวาให้ได้เงินกู้ได้ ดังนั้นก่อนที่จะเสียวาสุเทพไป คุณคมขวัญจึงต้องจัดการให้ ปานรุ้งกับวาสุเทพแต่งงานกันเร็วที่สุด !! แต่ปานรุ้งไม่ยอม ยืนกรานว่าจะแต่งงานกับชูนาม แต่คุณคมขวัญไม่ยอม ปานรุ้งจึงหนีไปกับชูนาม !!! คุณคมขวัญแทบช็อคที่รู้เรื่องปานรุ้งหนี พยายามตามหาปานรุ้งให้ได้ก่อนวาสุเทพจะรู้ !

                  ในขณะเดียวกันกติยารู้เรื่องชูนามหนีไปกับปานรุ้ง กติยาไปหาวาสุเทพ และบอกว่า ปานรุ้งหนีไปกับชูนาม แต่วาสุเทพไม่เชื่อ กติยาจึงพาวาสุเทพไปดูปานรุ้งนอนพลอดรักกับ ชูนามที่ริมหาด วาสุเทพเห็นแล้วถึงกับอึ้ง ตัดสินใจถอนหมั้นกับปานรุ้ง แล้วขอโทษกติยาที่มอง ข้ามความรักของกติยาไป ส่วนคุณคมขวัญมาตามปานรุ้งให้กลับบ้าน แต่ปานรุ้งไม่กลับ พร้อมกับบอกว่าปานรุ้ง เลือกชูนาม ชูนามคือผู้ชายที่อยู่เคียงข้างปานรุ้งตลอดเวลา ต่างจากคุณคมขวัญที่เอา แต่ผลักไส ปานรุ้งให้ไปไกลๆ คุณคมขวัญฟังปานรุ้งพูดแล้วก็เจ็บปวดว่าลูกไม่เคยเข้าใจแม่เลยว่าที่แม่ทำ ทั้งหมดเพราะใคร สุดท้ายเพื่อรักษาลูกไว้ ไม่ให้หนีหายไปไหน คุณคมขวัญจึงยอมให้ ปานรุ้งแต่งงานกับชูนาม !

                  ในคืนงานแต่ง …เกื้อมองงานแต่งงานของปานรุ้งกับชูนามด้วยหัวใจที่เจ็บปวด จนเกื้อตัดสินใจหาทางตัดใจจากปานรุ้ง โดยไปทำงานที่เหมืองทางใต้กับเพื่อน


                  ปี พ.ศ 2527 ปานรุ้งแต่งงานกับชูนามได้ 6 เดือน ปานรุ้งก็ท้อง น้อยคอยช่วยดูแล ในขณะที่บริษัทสมุทรเทวาขาดทุน คุณคมขวัญจึงยอมขายหุ้นให้มิสเตอร์เจสัน 49 % โดยคุณคมขวัญยังถือหุ้น 30 % และปานรุ้ง 21 % คุณคมขวัญคิดว่านี่เป็นทางออกที่จะรักษา บริษัทไว้ แล้วค่อยหาเงินซื้อหุ้นคืน แต่ความหวังที่หาทางได้หุ้นคืนของคุณคมขวัญกำลังดับ เมื่อชูนามเข้าบ่อนของ เฮียโม และเล่นการพนันจนเสียหลายล้าน ชูนามไม่มีเงินใช้หนี้ ร้อยกรองยุให้ชูนามใช้เส้นปานรุ้งเข้าไป ทำงานในสมุทรเทวา เพื่อแอบหากำไรกับลูกค้าที่มาจ้างขนสินค้าไปใช้หนี้ ชูนามมาอ้อนปานรุ้งฝากคุณคมขวัญให้ชูนามทำงาน โดยอ้างว่าอยากสร้างครอบครัว ปานรุ้งปลื้มใจที่ชูนามรักลูกรักเมีย จึงยอมรับชูนามทำงาน แต่แทนที่ชูนามได้ตำแหน่งใหญ่โต แต่คุณคมขวัญกลับให้ชูนามทำงานฝ่ายบุคคล ไม่มีทางที่ชูนามจะหารายได้อะไรได้ เฮียโมตามทวงหนี้ชูนาม ชูนามจนตรอกไม่รู้จะทำยังไง จึงขโมยโฉนดบ้านสมุทรเทวา ที่ชื่อปานรุ้งมาให้เฮียโมพร้อมกับเอกสารที่มีลายเซ็นของปานรุ้ง เพื่อให้เฮียโมปลอมลายเซ็น ของปานรุ้ง จำนองบ้านกับธนาคาร แล้วเอาเงินนั้นใช้หนีเฮียโม แต่เงินที่ได้จากการ จำนองบ้าน ใช้หนี้ได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ! ร้อยกรองจึงบอกชูนามว่าได้ข่าวว่ามิสเตอร์เจสันอยากฮุบสมุทรเทวา จึงให้ชูนามขอหุ้น จากปานรุ้ง แล้วเอาหุ้นไปขายมิสเตอร์เจสัน ชูนามจึงมาอ้อนขอหุ้นจากปานรุ้ง แต่ปานรุ้งบอก ปริญญาเป็นคนเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ ชูนามแกล้งแสดงอาการน้อยใจว่าปานรุ้งเอาเรื่องปริญญา มาอ้าง เพราะไม่อยากยกหุ้นให้ใช่ไหม ปานรุ้งรีบปฏิเสธแล้วสัญญาว่าจะแบ่งหุ้นให้ชูนาม

                  ระหว่างรอปานรุ้งจัดการเรื่องโอนหุ้น เฮียโมมาเสนอชูนามใช้เส้นที่เป็นลูกเขยสมุทรเทวา ช่วยขนของเถื่อนแล้วจะแบ่งค่าจ้างให้ ชูนามสนใจจึงจัดการหาเรือมารอขนของให้ แต่วิศกรประจำบริษัทมาเจอและสั่งห้ามเอาเรือออกเพราะเรือมีปัญหา แต่ชูนามไม่เชื่อ ทำให้วิศวกรสงสัยว่าชูนามขนอะไร จึงแอบไปดูจนพบของเถื่อน ชูนามเห็นวิศวกรรู้ความลับ จึงเผลอยิง จนวิศวกรตาย ! เฮียโมให้โยนศพวิศวกรทิ้งทะเลเพื่ออำพราง แต่สุดท้ายความผิดก็ปิด ไม่มิดเพราะเรือที่ขนของดับกลางทะเล ทำให้ตำรวจตรวจพบว่า “เรือสมุทรเทวาขนของเถื่อน” ด้านปานรุ้งที่ยังไม่รู้เรื่องคดีความของชูนาม ได้จัดการโอนหุ้นให้ชูนาม 5% ตามสัญญา ชูนามรีบเอาหุ้นไปขายมิสเตอร์เจสัน ในขณะที่ปานรุ้งกำลังปลื้มปริ่มว่าชูนามขยันทำงาน “เห็นไหมคะนายแม่..ว่ารุ้งเลือกไม่ผิดจริงๆ”

                  และในคืนนั้น เป็นคืนที่กำลังเข้าสู่ ปี พ.ศ 2528 ปานรุ้งคลอดลูกคนแรก ในขณะที่ชูนามกับพรรคพวกถูกตำรวจจับเพราะฆ่าวิศวกร ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ในเวลาเดียวกัน มิสเตอร์เจสันประกาศว่าตัวเองได้ซื้อหุ้นจากชูนาม 5% ทำให้เขามีหุ้นทั้ง 54% มากกว่าของ คุณคมขวัญ ดังนั้นตัดสินให้คุณคมขวัญออกจากการผู้บริหาร ! คุณคมขวัญช็อค ! คุณคมขวัญกลับมาบ้าน ก็พบกับเอกสารธนาคารแจ้งว่าโฉนดที่ดินถูกจำนอง ปานรุ้งโวย ว่ามีคนปลอมลายเซ็น แล้วนั่นก็ทำให้ปานรุ้งรู้ว่าโดนชูนามปอกลอกจนหมดตัว ปานรุ้งเสียใจที่ถูกหลอกอย่างสิ้นท่า แต่ปานรุ้งยังไม่หมดหวัง ปานรุ้งหวังจะไปพึ่ง วาสุเทพโดยยอมตั้งชื่อลูกชายคนแรกว่า ปานเทพ ดิเรกวิทยา แต่พอปานรุ้งไปที่บ้านวาสุเทพก็ เจอคุณหญิงสุดใจบอกว่าวาสุเทพแต่งงานกับกติยาแล้ว แล้วพายุยังโหมกระหน่ำชีวิตปานรุ้ง หนักขึ้นไปอีก เมื่อคมขวัญตรอมใจจนเป็นลมล้มในห้องน้ำ และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ !! บทเรียนของชีวิตครั้งนี้ ทำให้ปานรุ้งรู้ว่าความดื้อด้าน อวดดี ไม่เชื่อฟังแม่ ทำให้ชีวิตตัวเองต้องพังพินาศ !! ดังนั้น…ต่อไปนี้เธอจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก ลูกต้องเจอสิ่งที่ดีที่สุด จะไม่ให้ลูกต้องมีชีวิตที่ล้มเหลวเหมือนตัวเองเด็ดขาด !

                  ปานรุ้งตกต่ำ ไม่มีใครเหลียวแลนับถือแม้แต่เหล่าข้าทาสบริวาร มีเพียงน้อยที่ตามปานรุ้ง ไปทุกที่ ปานรุ้งกับน้อยแทบอดจนจะไปเป็นขอทาน แต่ทันใดนั้น “เกื้อ” เข้ามาโอบอุ้มช่วยเหลือ โดยเกื้อบอกว่ารู้ข่าวจากยายปิ่น จึงรีบนั่งรถไฟจากใต้ขึ้นมาตามหาปานรุ้งทันที เกื้อขอให้ปานรุ้ง ไปอยู่ด้วยกัน เกื้อจะดูแลปานรุ้งเอง ปานรุ้งไม่มีทางเลือก จึงยอมตามมาอยู่กับเกื้อ ทำให้ปานรุ้งต้องมาดองกับอดีตขี้ข้าอย่าง ยายปิ่น ที่ตอนนี้กลายเป็น “แม่ผัว” ซึ่งไม่มีความเกรงใจต่อปานรุ้งอีกแล้ว ! เมื่อปานรุ้งย้ายเข้ามา ยายปิ่นวางท่าว่าในบ้านนี้ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าตนเอง แต่ปานรุ้งไม่แคร์ ยังคงวางตัวเป็นเจ้านาย ให้น้อยดูแลตัวเองเหมือนเดิม ส่วนเกื้อได้งานทำเป็นพนักงานฝ่ายเช็คสต็อกในโรงงานหาเงินให้ ปานรุ้งเก็บไว้ทุกบาททุกสตางค์ ยายปิ่นทนไม่ไหวมักเหน็บแหนมปานรุ้งตลอด ปานรุ้งก็ไม่ยอม ลดลาวาศอกเช่นกันเหมือนแมวเจอกับหมา ต้องฟัดให้บรรลัยไปข้างนึง !


                  ปี พ.ศ. 2529 ปานรุ้งกล้ำกลืนอดทนอยู่ในบ้านหลังเล็กซอมซ่อกับเกื้อจนปานเทพอายุ 1 ขวบ ปานรุ้งก็ท้องลูกของเกื้อ ชื่อ ปรก แม้ปรกจะเป็นลูกอีกคน แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับที่ปานรุ้ง รักปานเทพ เพราะในใจของปานรุ้งยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าปรกก็เป็นเพียงลูกคนใช้ เป็นจุดต่ำสุดของ ชีวิต ทำให้ปานรุ้งแสดงออกต่อปานเทพและปรกต่างกัน โดยปานเทพอายุครบ 6 ขวบ ปานรุ้ง ต้องการย้ายปานเทพเรียนโรงเรียนราคาแพง โดยให้ปรกเรียนโรงเรียนราคาถูก ซึ่งปานรุ้งอ้างว่า ปรกแค่ 4 ขวบ เรียนที่ไหนก็ได้ แต่ปานเทพกำลังขึ้นป.1 ต้องมีพื้นฐานที่ดี ส่วนเกื้อนั้นใช่ว่าจะดูปานรุ้งไม่ออก แต่ก็เก็บความรู้สึกไว้เพราะไม่อยากให้ปรกรู้สึก น้อยใจ เกื้อจึงเป็นพ่อที่คอยพูดให้กำลังใจปรก เสมอเวลาที่ปรกถามว่าปานรุ้งรักปรก เกื้อพยายามทำให้ลูกสองคนเท่าเทียมกัน จึงหาเงินส่งทั้งปานเทพและปรกเรียนที่เดียวกัน ทั้งทำงานโรงงานและขับรถแท็กซี่ ทำให้เกื้อแทบไม่ได้พักทำให้ล้มป่วย ทำให้ขาดรายได้ ปานรุ้งไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม ทำให้ปานเทพโดนเพื่อนล้อ ปานรุ้งพาลโกรธว่าเป็นเพราะ เกื้อไม่ดูแลตัวเอง ปานรุ้งจึงตัดสินใจ หาเงินเอง โดยปานรุ้งไปเจอเพื่อน แล้วเพื่อนให้ปานรุ้ง ไปร้องเพลง แล้วนั่นทำให้ปานรุ้งพบกับ วาสุเทพในงานเลี้ยงงานนึงอีกครั้ง ! ปานรุ้งเห็นหน้าที่การงานและความมั่งมีของวาสุเทพแล้ว ทำให้ปานรุ้งเชื่อว่า “วาสุเทพคือคนที่จะอุ้มชูชีวิตปานรุ้ง และลูกๆขึ้นมาอยู่อย่างมีเกียรติและสบายได้” ดังนั้นปานรุ้งจึงตัดสินใจพาปานเทพและปรกหนีจากเกื้อ ! เมื่อเกื้อว่าปานรุ้งพาลูกหนี จึงตามไป อ้อนวอนปานรุ้งอย่าพรากลูกไปเลย ปานรุ้งจึงบอกว่า “ถ้าเกื้อรักลูกจริง เกื้อก็ควรปล่อยลูก ให้ไปสบาย หรือเกื้ออยากให้ลูกลำบากไปทั้งชีวิต” เกื้อจึงยอมให้ลูกไปเพื่อความสุขของลูก


                  ปี พ.ศ. 2537 ปานรุ้งมาอยู่กับวาสุเทพได้ 4 ปี ชีวิตปานรุ้งเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น โดยปานรุ้งได้เปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์โดย มีวาสุเทพคอยช่วยเหลือทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องการ เงินหรือเรื่องเส้นสายทางธุรกิจ รวมทั้งปานรุ้งยังมีลูกกับวาสุเทพสองคน คนแรกคือลูกสาวชื่อ ปานวาด และลูกชายคนสุดท้องชื่อ ปกรณ์ ซึ่งปกรณ์ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้ปานรุ้งเอา เวลาที่เคยดูปานเทพ ไปดูแลปกรณ์ ทำให้ปานเทพรู้สึกว่าตัวเอง ไม่สำคัญสำหรับแม่อีกแล้ว แม้วาสุเทพจะคอยดูแลปานเทพแทน แต่ปานเทพไม่ต้องการ เพราะปานเทพไม่เคยเห็นวาสุเทพ เป็นพ่อเลย จนกระทั่ง ปี พ.ศ 2540 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของปานรุ้งเจอปัญหา ฟองสบู่แตก ปานรุ้งห่วงบริษัท แต่ห่วงอนาคตของลูกๆมากกว่า ปานรุ้งไม่รู้ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไงต่อไป ตอนนี้ยังมีเงิน..ปานรุ้งอยากให้ลูกได้สิ่งดีๆ ให้นานที่สุด (เหมือนความรู้สึกเหมือนตอนคุณคมขวัญ เจอปัญหา 14 ตุลาฯ แล้วส่งปานรุ้ง ไปเมืองนอก) ปานรุ้งส่งปานเทพไปเรียนเมืองนอก ปานเทพไม่อยากไป แต่ปานรุ้งสั่งและจัดการทุกอย่าง ทำให้ปานเทพคิดว่าแม่ต้องการผลักไส ตัวเองไปไกลๆ (เหมือนที่ปานรุ้งเคยรู้สึกกับคุณคมขวัญ) ปานเทพจึงไปเมืองนอกด้วยความรู้สึก น้อยใจแม่ 12 ปี ผ่านไป


                  ปี พ.ศ 2552 ปานเทพอายุ 24 ปี ปานเทพเรียนจบปริญญาโทด้าน บริหารธุรกิจ ในขณะที่ปรก อายุ 22 ปี เรียนจบครุศาสตร์ไปรับราชการชั้นผู้น้อย ไม่เป็นที่ปลื้มใจ ของปานรุ้งเท่าไร ส่วนปานวาดอายุ 16 ปี กำลังเรียนม.ปลาย ส่วนปกรณ์อายุ 14 กำลังเรียนม.3 ปานรุ้งตั้งใจจะให้ปานเทพแต่งงานกับ นิชา ลูกสาวคุณนาย นิรมล นักธุรกิจชื่อดัง ที่ปานรุ้งหวังจะร่วมหุ้นทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรด้วย โดยที่ปานรุ้งไม่รู้ว่าปรกชอบนิชามาก่อน แต่เมื่อปานรุ้งรู้เรื่อง แทนที่ปานรุ้งจะหยุดจับคู่ปานเทพกับนิชา ปานรุ้งกลับขอให้ปรกหยุดคบ กับนิชา โดยปานรุ้งอ้างที่ทำเพื่อธุรกิจ ปรกนั้นยอมถอยตามที่ปานรุ้งสั่งด้วยความรู้สึกเจียมตัวดี ว่าตั้งแต่เล็กจนโตปานเทพคือความหวังของปานรุ้ง ส่วนปรกเป็นแค่ลูกของผู้ชายต้อยต่ำ แต่ปานเทพกลับเป็นคนปฏิเสธการแต่งงาน เพราะปานเทพแต่งงาน เวลล่า เวฬุวัน ตั้งแต่อยู่เมืองนอก ปานรุ้งโกรธที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้ ปานเทพจึงพูดตอกกลับแม่ว่า “ที่แม่ไม่เคยรู้ เพราะแม่ไม่เคยไปเยี่ยมเขาเลย” ทำให้ปานรุ้งรู้ว่าปานเทพใช้ชีวิตที่เมืองนอกด้วยความน้อยใจ เหมือนที่ปานรุ้งเคยรู้สึกตอนโดนคุณคมขวัญส่งไป แต่ปานรุ้งยังไม่ยอมรับเวลล่า จึงหาทางให้ ปานเทพแต่งงานกับนิชาให้ได้ โดยเอาเรื่องตำแหน่ง ประธานบริษัทมาเป็นข้อเสนอ

                  แต่เหมือน โชคจะเข้าข้างเวลล่าที่จะได้ครองคู่กับปานเทพ เมื่อคุณนายนิรมลถูกฟ้องล้มละลาย และบริษัท ของปานรุ้งก็เกือบโดนฟ้องไปด้วย แต่ดีที่ “เกื้อ” ซึ่งตอนนี้ได้ดีจนเป็นรัฐมนตรี ช่วยเหลือ ปานรุ้งไว้ ปัญหาการล้มละลายทำให้ปานรุ้งล้มเลิกการแต่งงาน เพราะกลัวปานเทพต้องทำงาน ใช้หนี้ให้ครอบครัวนิชา ทำให้ปานเทพใช้โอกาสนี้พาเวลล่าอยู่ในบ้านอย่างออกหน้าออกตา ปานรุ้งเครียดกับเรื่องปานเทพกับเวลล่า ปรกคอยดูแลปานรุ้งด้วยความเป็นห่วง ปานรุ้ง ขอบใจปรกที่ช่วยพูดกับเกื้อ พร้อมกับบอกให้ปรกแต่งงานกับนิชาได้ ปรกดีใจแต่ก็แอบน้อยใจ ที่สุดท้ายปานรุ้งก็ยกของที่ปานเทพไม่ต้องการเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้านนิชาก็เสียความรู้สึกกับปานรุ้งที่ดูถูกศักดิ์ศรีตัวเองกับแม่ ประกอบกับนิชาเห็น ปานรุ้งทำกับปรกอย่างไม่ยุติธรรม เมื่อนิชาแต่งงานกับปรก นิชาชวนปรกแยกบ้านอยู่กันเอง แต่ปรกลังเลไม่อยากไป เพราะยังรักและห่วงปานรุ้งอยู่ เรื่องที่นิชาอยากแยกบ้านเข้าถึงหูปานรุ้ง ปานรุ้งไม่พอใจเพราะลูกๆทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน ห้ามออกไปไหน แต่นิชาหัวแข็งยืนกรานว่า “ปรกกับตัวเองโตแล้ว ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การ ปกครองของใคร” ทำให้ปานรุ้งไม่พอใจนิชามาก มีผลให้ปานรุ้งกับนิชาไม่กินเส้นกัน !

                  ในขณะที่ปานรุ้งกำลังมีปัญหากับนิชา ปานเทพพยายามให้เวลล่าเอาใจปานรุ้ง แต่ปานรุ้งยังคงไม่ยอมรับเวลล่าเพราะดูออกว่าเวลล่าแต่งงานกับปานเทพเพราะต้องการเงินและสมบัติของปานเทพเท่านั้น เวลล่านั้นมีความแรงเหมือนนิชา แต่ต่างกันที่เวลล่านั้นเจ้าเล่ห์และ ปลิ้นปล้อน เวลล่าจึงเก็บปากตัวเองไม่เถียงปานรุ้ง ทำตัวเป็นฝ่ายโดนรังแกเพื่อเรียกความ สงสารจากปานเทพ ทำให้ปานเทพมีปากเสียงกับปานรุ้งบ่อยๆ ในขณะเดียวกันเวลล่าเสี้ยม ปานเทพให้ทำงานแทนปานรุ้งเร็วๆ จนเข้าสู่ ปี พ.ศ 2553 ปานเทพขอโอกาสปานรุ้งเข้าบริหารบริษัทอย่างเต็มตัว ตอนแรกปานรุ้งไม่แน่ใจจะให้โอกาสปานเทพดีไหม แต่วาสุเทพบอกให้ลองดูเถอะ ปานเทพจึงได้ตำแหน่งประธานบริษัทเต็มตัว และเริ่มโครงการ Take over ตึกเก่าที่ เจ้าของโครงการเก่ามีปัญหาเรื่องเงิน จึงสร้างต่อไม่เสร็จ ปานเทพจะจัดสรรเป็นคอนโดหรู ย่านราชประสงค์ แต่วาสุเทพเตือนปานเทพรอดูสถานการณ์การเมืองก่อน แต่ปานเทพไม่เคย ฟังวาสุเทพอยู่แล้ว ปานเทพจึงดำเนินการซื้อตึก และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดเหตุการณ์ เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ทำให้ตึกที่ลงทุนซื้อนั้นได้รับความเสียหายหลายสิบล้าน ปานรุ้งต่อว่าปานเทพที่ไม่ฟังคำเตือนของวาสุเทพ ปานเทพเสียใจที่ปานรุ้งเข้าข้างวาสุเทพ โดยไม่เห็นเจตนาดีของตัวเอง จึงตัดสินใจออกจากบ้านไปทำธุรกิจกับชูนามซึ่งออกมาจากคุกแล้ว

                  ด้านเวลล่ากลัวว่าช่วงที่ปานเทพออกจากบ้านไปหาชูนาม ลูกคนอื่นจะแอบขอสมบัติส่วน ของปานเทพ โดยเฉพาะปกรณ์ที่ดูเป็นเด็กขี้อ้อน และปานรุ้งก็รักปกรณ์มาก เวลล่าจึงเข้าไป ตีสนิทกับปกรณ์เพื่อหวังจะควบคุมปกรณ์ไว้ แต่ปกรณ์ไม่ค่อยชอบเวลล่าเท่าไร เพราะรู้สึกว่า เวลล่าไม่จริงใจ ต่างจากนิชาที่เป็นคนตรงๆ ทำให้ปกรณ์ไปสนิทกับนิชามากกว่า พอเวลล่าเห็นปกรณ์สนิทกับนิชา เลยคิดว่านิชาหวังจะใช้ปกรณ์อ้อนปานรุ้งขอสมบัติ ให้ปรกบ้าง เวลล่าจึงชอบพูดจาดักคอนิชาไว้เพื่อให้นิชารู้ว่าตัวเองรู้ทันความคิดนิชา นิชาไม่พอใจที่เวลล่าดูถูกตัวเอง จึงตอกกลับว่าไม่มีใครหน้าเงินเหมือนเวลล่า เวลล่าไม่พอใจ ทำให้นิชากับเวลล่ามักปะทะกันอย่างแดงเดือดเลือดกระจาย ! ในขณะเดียวกัน กติยายังไม่เลิกตามแก้แค้นปานรุ้ง ตอนนี้กติยาส่ง โดม ลูกชายคนเดียว ที่โตเป็นหนุ่มหล่อไปหลอกล่าปานวาดให้หลงเสน่ห์ เพราะกติยารู้อยู่แก่ใจว่าแท้จริง โดมกับ ปานวาดเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน !

                  ในขณะที่โดมไม่รู้ว่าพ่อตัวเองคือวาสุเทพ เขารู้แค่ว่า ปานรุ้งกับวาสุเทพทำกติยาเจ็บ เขาเลยตั้งใจคบปานวาดเพื่อแก้แค้นให้แม่ โดมเดินตามแผนของกติยาโดยตาจีบปานวาด คุณหนูไฮโซเอาแต่ใจ แต่โดมก็มี เล่ห์เหลี่ยมตามประสาหนุ่มนักเที่ยวที่ผ่านผู้หญิงมาอย่างโชกโชน ทำให้โดมจับทางพิชิตหัวใจ ปานวาดจนได้ โดยโดมทำให้ปานวาดที่เคยเย่อหยิ่ง กลายเป็นลูกแมวในกำมือ ปานวาดหลงรัก โดมจนโงหัวไม่ขึ้น ยอมแม้แต่แหกกฏเหล็กของปานวาดด้วยการหนีเรียน เพื่อแอบไปเที่ยวกับโดม และระหว่างปานวาดแอบคบกับโดม ปกรณ์คือคนเดียวที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เพราะ ปกรณ์สนิทกับปานวาดมากที่สุดในบรรดาพี่น้อง ปกรณ์ไม่ชอบโดมเพราะโดมไม่เรียนหนังสือ เป็นผู้ชายเสเพล ไม่เหมาะสมกับปานวาด จึงเตือนปานวาด แต่ปานวาดพูด ย้อนปกรณ์ว่า “ถ้าวันนึงปกรณ์เจอคนที่ถูกใจ ปกรณ์จะลืมคำว่าเหมาะสม” แล้ววันนึงปกรณ์ก็เจอคนที่ถูกใจจนทำให้ลืมความเหมาะสม นั่นคือ วิรินทร์ สาวห้าว นักกีฬาของโรงเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนใหม่ วิรินทร์มีฐานะยากจนต่างจากปกรณ์มาก แต่วิรินทร์เป็นคนเติมเต็มคนที่ไม่มีความมั่นใจอย่างปกรณ์ ให้กลับมีความกล้าที่จะเลือกอะไร ด้วยตัวเอง วิรินทร์พาปกรณ์ได้เจอโลกใหม่ๆที่คุณหนูอย่างปกรณ์ไม่เคยเห็น ทำให้ปกรณ์หลงรัก วิรินทร์โดยไม่สนใจถึงความแตกต่างจากชนชั้นวรรณะ ตรงกันข้ามกับวิรินทร์ที่ไม่มั่นใจว่า แค่ความรักจะชนะเรื่องชนชั้นวรรณะได้


                  จนเข้าสู่ ปี พ.ศ 2554 ปานรุ้งพยายามจะฟื้นอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดการเสียหายจาก เหตุเผาบ้านเผาเมือง แต่ไม่ทันที่ปานรุ้งจะทำอะไร ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ ปานรุ้งได้ แต่มองอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังขาย ถูกน้ำท่วมเละอย่างหมดอาลัยตายอยาก วาสุเทพอยู่เคียงข้าง ปานรุ้งและปลอบโยนให้กำลังใจ ปานรุ้งไม่เคยห่าง ทำให้ปานรุ้งยังคงมองไม่เห็นว่ายังมี “เกื้อ” ยังคงยืนมองปานรุ้ง และคอยให้ความช่วยเหลือไม่เคยห่าง นอกจากบริษัทปานรุ้งจะเดือดร้อนแล้ว บ้านของวิรินทร์โดนน้ำท่วมจนไม่มีที่อยู่ วิรินทร์ เป็นห่วงแม่ที่กำลังป่วย เข้ม เพื่อนรุ่นพี่ของวิรินทร์ที่ อาศัยสลัมอยู่ด้วยกันมาแต่เด็ก มาคอยช่วย เหลือหาเรือเพื่อพาแม่ของวิรินทร์ออกจากสลัม ทันใดนั้นเห็นปกรณ์นั่งเรือกู้ภัยเข้ามาหาช่วย วิรินทร์ทึ่งเพราะไม่คิดว่าคุณหนูปกรณ์จะกล้าฝ่ากระแสน้ำมาช่วย ทำให้ประทับใจและเปิดใจ เชื่อมั่นความรักของปกรณ์มากขึ้น เข้มไม่พอใจและเตือนวิรินทร์ว่าพวกเศรษฐี..มันไม่เคยมีใคร จริงใจ ปกรณ์เข้ามาได้ยิน จึงบอกว่าจะพิสูจน์ โดยพาวิรินทร์ไปเจอแม่ ! ด้านปานรุ้งนั้น …ยังไม่ทันจะเคลียร์ปัญหาเรื่องน้ำท่วมจะคลี่คลาย ก็ได้รับหนังสือจาก โรงเรียนปานวาดส่งมาบอกว่าปานวาดไม่มาเรียนเลย ปานรุ้งเรียกปานวาดมาคาดคั้นว่า ปานวาดหนีโรงเรียนไปไหน สุดท้ายปานวาดยอมรับว่าหนีไปเที่ยวกับโดม ปานรุ้งโกรธกักบริเวณ ปานวาดไม่ให้ออกไปไหน

                  ในขณะที่ปกรณ์พาวิรินทร์มาหาปานรุ้ง ปานรุ้งให้ปกรณ์ออกไปเอาของสักอย่าง เพื่อให้ วิรินทร์อยู่ลำพังกับตัวเอง จากนั้นปานรุ้งก็พูดตรงๆว่าไม่ต้องการให้ใครมาหวังขุดทองจากปกรณ์ ! วิรินทร์หน้าชาที่โดน ปานรุ้งพูดเหน็บ วิรินทร์จึงขอตัวลาไปทันที ปกรณ์กลับมาถามหาวิรินทร์ ปานรุ้งสั่งห้ามปกรณ์ติดต่อกับวิรินทร์อีก ! ปกรณ์เสียใจ ด้านเวลล่าเห็นปานรุ้งกับปานวาดทะเลาะกัน จึงคิดหาวิธีกำจัดตัวหารสมบัติ โดยเวลล่า มาปลอบใจว่าเข้าใจปานวาดว่าโดนปานรุ้งบีบบังคับขนาดไหน ปานรุ้งเป็นคนบ้าอำนาจ ทุกคนต้องทำตามที่ปานรุ้งสั่ง โดยไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกยังไง ปานวาดเห็นด้วย เวลล่าจึงยุให้ ปานวาดหนีตามโดมไปเลย โดยเวลล่าช่วยวางแผนและดูต้นทาง จนปานวาดหนีไปกับโดมได้ ส่วนปกรณ์ตามไปง้อวิรินทร์ โดยมอบแหวนทองที่ปานรุ้งให้ปกรณ์สวมไว้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นแหวนหมั้นแทนใจจากเขา จากนั้นปกรณ์ไปบอกปานรุ้งว่าเขาต้องการ แต่งงานกับวิรินทร์ต่อไป ! ปานรุ้งแทบช็อคที่รู้ว่าปกรณ์จะแต่งกับวิรินทร์ ปานรุ้งอยากจะห้าม แต่บทเรียนที่ เสียปานวาดไป ทำให้ปานรุ้งไม่ใช้ไม้แข็ง ปานรุ้งใช้ไม้อ่อนโดยยื่นข้อเสนอว่าขอให้ปกรณ์ เรียนให้จบก่อน กลับมาจะยอมให้ปกรณ์แต่งกับวิรินทร์ ! แต่ปกรณ์ยืนยันว่าจะเรียนในเมืองไทยกับวิรินทร์ไม่ยอมไปเรียนเมืองนอก ปานรุ้งรู้ว่า ตอนนี้ปกรณ์เหมือนน้ำป่า ถ้ายิ่งหาทางขวางก็ยิ่งพัง ดังนั้นปานรุ้งจึงผ่อนปรนกับให้หมั้นก่อน เมื่อเรียนจบค่อยแต่ง…ปกรณ์ยอม

                  ด้านปานเทพกลับมารับเวลล่าหนีเพราะตัวเองดันไปเซ็นต์ค้ำประกันเงินให้ชูนาม 30ล้าน แต่ชูนามกลับเอาเงินไปเล่นการพนันจนเสียหมดตัวและหนีไปแล้ว เฮียโมเจ้าหนี้กำลังตาม ทวงเงินจากปานเทพ เวลล่าจึงบอกให้ปานเทพไปขโมยเงินในตู้เซฟของปานรุ้ง ปานเทพกับเวลล่ามาในห้องทำงานของปานรุ้งจะขโมยเงิน แต่ปานรุ้งเข้ามาเห็นเสียก่อน ปานเทพขอร้องให้ปานรุ้งช่วยเแต่ปานรุ้งปฏิเสธเพราะมันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ปานเทพเครียดจน ขาดสติควักปืนที่พกมาขู่ปานรุ้งให้เปิดตู้เซฟ แต่ปานรุ้งไม่เปิด ปรกเข้ามาเห็นจึงแย่งปืนจาก ปานเทพ จนทำให้ปืนลั่นโดนแขนของปานรุ้ง ปานเทพกับเวลล่ารีบหนี ปานรุ้งมองปานเทพที่ วิ่งหนีไปด้วยความเจ็บปวดหัวใจ ! ส่วนวาสุเทพสืบจนรู้ว่าผู้ชายที่ปานวาดหนีไปด้วยคือลูกชายของกติยา จึงมาหากติยา แล้วเวลานั้นวาสุเทพก็ได้รับรู้เรื่องราวแสนเจ็บปวดจากกติยาว่าโดมคือลูกชายของตัวเองวาสุเทพตกใจมาก ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบจนเสียชีวิต ด้านปานวาดใช้ชีวิตกับโดมตกระกำลำบากที่ต่างจังหวัด ทั้งคู่ติดยาเสพติด จนเงินที่ ติดตัวมาไม่เหลือ สุดท้ายเพราะความอยากยาแทบลงแดง ทำให้ปานวาดยอมไปขายตัวเพื่อหา เงินมาเลี้ยงโดมและซื้อยา แต่พอโดมรู้ว่างานที่ปานวาดทำคือขายตัว โดมยอมรับไม่ได้ รังเกียจปานวาด จึงหนีกลับไปหากติยา เมื่อโดมมาหากติยา กติยาเห็นโดมก็รีบเข้าไปกอดพร้อมร้องไห้บอกว่าพ่อของโดมตาย โดมงงว่าใครคือพ่อตัวเอง กติยาตอนนี้เหมือนคนไม่สติอีกต่อไป จึงพรั่งพรูความจริงโดยไม่คิดว่า วาสุเทพคือพ่อของโดม โดมช็อคที่รู้ความจริงว่ากติยารู้มาตลอดว่าปานวาดกับโดมมีพ่อเดียวกัน โดมรับไม่ได้วิ่งออกจากบ้านไป ทันใดนั้นโดนรถชนตายคาที่ กติยาวิ่งตามออกมาเห็นลูกตาย กติยาช็อคตายพร้อมกับในมือยังกอดรูปของวาสุเทพไว้ !!

                  ส่วนปานวาดเสียใจที่โดนโดมทิ้ง จึงคิดลังเลจะกลับบ้าน แต่โดนแม่เล้าจับตัวไว้เพราะ คิดว่าปานวาดหนีหนี้ที่กู้เงินแม่เล้ามา แม่เล้าจึงให้แมงดาจับตัวขังไว้ในซ่อง ปี. พ.ศ 2556 ปานรุ้งผู้ที่เคยเป็นนางพญาในสังคม ตอนนี้กลายเป็นหญิงสูงวัยเก็บตัว ช้ำใจเรื่องวาสุเทพที่จากไป ทั้งยังห่วงปานเทพและปานวาด ทันใดนั้นปกรณ์เข้ามาทวงสัญญาว่า ตอนนี้ปกรณ์เรียนจบมัธยมแล้ว อยากจะขอแต่งงานกับวิรินทร์ ตอนแรกปานรุ้งจะไม่ยอม แต่สำนึกได้ว่าตอนนี้เหลือลูกคนสุดท้ายที่ยังอยู่กับตัวเอง ปานรุ้งอยากให้ลูกมีความสุข จึงยอมให้ปกรณ์แต่งงาน ในวันงานแต่งงานของปกรณ์ มีปานรุ้ง ปรก เกื้อมาร่วมงาน ปกรณ์กับวิรินทร์ต้อนรับแขก ทุกคนอย่างมีความสุข เข้มมางานแล้วมองวิรินทร์ด้วยสายตาอาลัย ปานรุ้งเห็นสายตาเข้มที่มอง วิรินทร์แล้วรู้สึกว่ามันต้องมีอะไร หลังวันงานแต่งของปกรณ์ ปานเทพแอบเข้ามาในบ้านเพื่อมาหาปานรุ้งในสภาพผอมโซ ปานรุ้งหัวใจแทบสลายที่ลูกอยู่ในสภาพนี้ ปานเทพเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ทำปืนลั่นใส่ปานรุ้ง ปานเทพไปเจอชูนาม ชูนามจะพาปานเทพหนี แต่สุดท้ายเฮียโมก็ตามมายิงชูนามตาย ส่วนเวลล่าก็เผยธาตุแท้ออกมา เมื่อปานเทพไม่เหลือเงิน ก็ทิ้งปานเทพไป ปานเทพหนีหัวซุกหัวซุน เพราะโดนเฮียโมตามล่า ปานรุ้งสงสารลูกแทบขาดใจจึงตัดสินใจช่วย ปานเทพหนีออกนอกประเทศ ปานเทพกราบเท้าปานรุ้งขอโทษและลา ปานรุ้งกอดลูกและพูดว่า “ครั้งใดที่ลูกคิดถึงแม่ ขอให้ลูกรู้ว่าเลือดครึ่งนึงในตัวลูกเป็นของแม่ ดังนั้นแม่ไม่เคยห่าง ลูกไปไหน แม่อยู่ใกล้ลูกของแม่เสมอ” ปานเทพกอดปานรุ้งแล้วจากไปต่างประเทศ

                  ปานรุ้งกลับมาบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ้งห่วงปานเทพ ทันใดนั้น ปานรุ้งเห็นวิรินทร์แอบคุย กับเข้มที่ข้างรั้วบ้านด้วยท่าทางลับๆล่อๆแล้วถอดแหวนที่ปกรณ์ให้เข้ม เข้มกอดวิรินทร์อย่าง ปลอบโยน ปานรุ้งสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเข้มกับวิรินทร์ ปานรุ้งเดินเข้าบ้านมา ปกรณ์วิ่งหาปานรุ้งแล้วบอกว่าเขามีข่าวดีว่าวิรินทร์กำลังท้อง ปานรุ้งพูดกับปกรณ์ “แน่ใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องเป็นลูกปกรณ์” ปกรณ์ไม่พอใจที่ปานรุ้ง ปานรุ้งจึงเล่าเรื่องที่เห็น วิรินทร์กอดกับเข้มแล้วถอดแหวนให้เข้ม ปกรณ์ไม่เชื่อ จึงรีบไปหาวิรินทร์ ปกรณ์มองที่มือวิรินทร์แล้วไม่เห็นแหวน จึงถามหาแหวน วิรินทร์อยากบอกความจริง ว่าถอดแหวนให้เข้มไปขายเพื่อเอาเงินไปจ่ายค่ายาแม่ แต่วิรินทร์กลัวปกรณ์จะจ่ายเงินแทน แล้วปานรุ้งจะมาดูถูกว่าวิรินทร์รีดไถเงินปกรณ์ไปเลี้ยง ครอบครัว ดังนั้นวิรินทร์จึงเลือกโกหก ปกรณ์ว่าแหวนหล่นหาย ปกรณ์ชะงักแล้วเดินออกไป ปกรณ์สับสนว่าปานรุ้งหรือวิรินทร์ที่พูดความจริง ทันใดนั้นปกรณ์เห็นวิรินทร์แอบคุยกับเข้มที่หน้าบ้าน วิรินทร์กอดเข้มร้องไห้อีก เข้มลูบท้องวิรินทร์ พร้อมบอกว่าอย่าคิดมาก ให้ดูแลลูกดีๆ ปกรณ์ฟิวส์ขาด เดินเข้าไปต่อยเข้ม วิรินทร์ห้ามปกรณ์ ปกรณ์ผลักวิรินทร์แล้วไล่ วิรินทร์ให้ไปอยู่กับเข้มโดยบอกว่าปกรณ์ไม่มั่นใจว่าลูกในท้องเป็น ลูกตัวเองรึเปล่า ! วิรินทร์โกรธจึงบอกว่าถ้าปกรณ์ไม่คิดว่าเด็กในท้องเป็นลูกของปกรณ์ วิรินทร์จะไป ! วิรินทร์ออกไปกับเข้ม ปกรณ์ร้องไห้อย่างเจ็บปวด ปานรุ้งเข้ามากอดปกรณ์ “ไม่ต้องเสียใจนะลูก จำเอาไว้ ไม่มีใครรักลูกเท่าแม่” ปกรณ์กอดปานรุ้ง

                  ด้านนิชากับปรกไม่เชื่อว่าวิรินทร์จะมีอะไรกับเข้ม จึงไปสืบจนรู้จากปากเข้มว่าแม่ของ วิรินทร์ไม่สบาย เข้มไปบอก วิรินทร์จึงถอดแหวนให้เพื่อไปขายรักษาแม่ เมื่อ ปรกกับนิชารู้ ความจริง รีบมาบอกปกรณ์ ปกรณ์รีบไปตามวิรินทร์กับลูก แต่สายไปเพราะวิรินทร์พาลูกไปแล้ว ปกรณ์กลับมาบ้านด้วยหัวใจบอบช้ำ ปานรุ้งเข้ามาปลอบลูกและบอกว่าลูกยังมีแม่ แต่ ปกรณ์กลับผลักปานรุ้งไปไกลจากตัวเอง แล้วบอกว่า “ผมเป็นเด็กดีของแม่มาตลอด แต่นี่เหรอครับคือสิ่งที่แม่ตอบแทนผม สิ่งที่แม่ทำไม่ใช่เพราะลูก แต่ทำเพื่อตัวเอง แม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองสมหวัง โดยที่แม่ไม่สนใจว่าคนอื่นต้องสูญเสียอะไรบ้าง ผมจะทำให้แม่รู้ว่าความสูญเสียเป็นยังไง!!” ปกรณ์ก่อโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ โดยยิงตัวเองตายต่อหน้าปานรุ้ง ปานรุ้งกรี๊ด อย่างขาดสติ ปานรุ้งได้แต่พร่ำเรียกร้องชื่อปกรณ์แทบขาดใจ !!

                  ในงานเผาศพของปกรณ์ ปานรุ้งคิดว่าตัวเองไม่เหลือใคร …แต่กลับมีปรกและนิชาจูงปานวาดที่สติไม่สมประกอบเดินเข้ามายืนเคียงข้างปานรุ้ง ปรกบอกปานรุ้งว่าไปเจอปานวาดที่ ป้ายรถเมล์ ปรกพาปานวาดไปหาหมอ หมอบอกว่าปานวาดอัพยาจนสมองถูกทำลาย ปานรุ้งกอดปานวาดและกอดปรกด้วยความรู้สึกผิดว่า…ลูกที่ไม่เคยเห็นความสำคัญ แต่กลับเป็นคนๆเดียวที่อยู่ข้างแม่ในวันที่ตกต่ำ เป็นคนประคับประคองให้แม่ยืนขึ้นมาได้ เหมือนที่เกื้อคอยทำให้ปานรุ้งมาตลอด และวันนี้เป็นครั้งแรกที่ปานรุ้งหันมามองปรกเต็มๆ และพูดว่า ”ปรกลูกแม่” ปรกดีใจและมีความสุขกับอ้อมกอดของแม่ที่เขาเฝ้ารอมานาน ตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ของปานรุ้ง ปิดฉากลงพร้อมกับบทสุดท้ายของชีวิตเธอ…

…ความรักเช่นไรที่จะถูกต้องงดงาม คำถามนี้ยังคงไร้คำตอบ มีทางเลือกอีกมากมายให้ ได้ทดลอง และเรียนรู้


ชมทีวีออนไลน์ช่อง One HD แบบสดๆ ได้ที่นี่


ติดตามข่าวสารบันเทิงทีวีได้อีกช่องทาง
     Facebook.com/TVSociety 




เรื่องย่อละครอื่นๆ